หมอรามาฯ วิจารณ์หนังสือด่วนที่สุด สธ.ส่อกระทบผู้ปลูก ร้านขายอาหาร ขนมเมนูกัญชา
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสังเกตกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดย นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัด สธ.มีหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง ดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่ขออนุญาตศึกษาวิจัย หรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือ จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ถึงผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้บังคับใช้มาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับบุคคล หรือ นิติบุคคลใดที่ไม่ดำเนินการตาม มาตรา 46 ใน 4 กรณีอย่างจริงจัง คือ 1.ไม่ขออนุญาตศึกษาวิจัยกัญชา 2.ไม่ขออนุญาตส่งออกกัญชา 3.ไม่ขออนุญาตจำหน่ายกัญชา 4.ไม่ขออนุญาตแปรรูปกัญชาเพื่อการค้า
โดยทั้ง 4 กรณี หากไม่มีใบอนุญาตอาจจะมีผลกระทบกระเทือนไปถึงผู้ปลูกกัญชา ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ที่ปรุงหรือขายอาหาร เครื่องดื่ม และขนมสูตรที่ผสมกัญชา หรือแม้กระทั้งการแจกต้นกัญชา ดังนั้นหากใครเห็นคนทำผิด ให้ลองไปแจ้งความกับตำรวจว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร
นอกจากนี้ ผศ.นพ.สมิทธิ์ ยังระบุว่า ยืนยันว่าวิธีที่ง่ายที่สุดในการควบคุม คือ ดำเนินการตามที่มีการออกแถลงการณ์แพทย์ประจำบ้าน แพทย์ประจำบ้านต่อยอด อาจารย์แพทย์ ศิษย์เก่าแพทย์ คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี ยกเลิกประกาศกระทรวงที่ทำให้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติดไปก่อน
ทั้งนี้ ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า
ไม่รู้ที่กระทรวงออกหนังสือนี้ เพราะแพทย์รามาธิบดีออกแถลงการณ์หรือไม่ แต่การออกแบบนี้จะเป็นการทำให้มีการควบคุมอย่างจริงจังมาก คือ
ถ้าไม่มีใบอนุญาต (เน้นคำว่าใบนะครับไม่ใช่ขอปากเปล่า) ห้ามศึกษาวิจัย ห้ามส่งออก ****ห้ามจำหน่าย ห้ามแปรรูปเพื่อการค้า**** ซึ่งคำว่าจำหน่ายและแปรรูป ตามกฎหมายนี้กว้างมาก คือตามนี้ครับ
“จําหน่าย” หมายความว่า ขาย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน และให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจําหน่ายด้วย
“แปรรูป” หมายความว่า การปรุงแต่งหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพหรือคุณสมบัติของสมุนไพร
ดังนั้น
“ทุกคนที่ขายกัญชาหรือสารสกัดกัญชาไม่ว่าขายในรูปแบบใด
ทุกคนที่ขายอาหารหรือขนมที่มีกัญชาผสม เช่น บราวนี่
อาจรวมถึงกรณีร้านสะดวกซื้อที่มีขายผลิตภัณฑ์กัญชา เช่น น้ำกัญชา ขาไก่กัญชา (จริงๆ อาจผิดตั้งแต่ทำผลิตภัณฑ์แล้ว เพราะเป็นการแปรรูป)
อีกข้อคือกรณี ***พวกปลูกเยอะๆ เป็นไร่ๆ ถึงแม้ไม่มีการขาย ก็ถือเป็นการจำหน่ายตามประมวลกฎหมายนี้ได้ เพราะมันรวมถึงการมีไว้เพื่อจำหน่ายด้วย***
หรืออีกข้อกรณี คนแจกต้นกัญชา ก็ถือเป็นการจำหน่ายตามประมวลกฎหมายนี้เช่นกัน
โดยไม่ต้องดูเลยว่าจำหน่ายให้ใคร
ถ้าไม่มีใบอนุญาต ตำรวจสามารถจับได้แน่นอนครับ
ดังนั้นใครเห็นคนทำผิดลองไปแจ้งความกับตำรวจดูครับ”
ตอนนี้ผมเลยมีคำถามว่า
– วิธีการขอใบอนุญาตมีกฎกระทรวงแล้ว ตามนี้ครับ https://drug.fda.moph.go.th/drug-law-regulations/relevants-regualtions/ข-กฎกระทรวง-เรื่อง-การอน/ ซึ่งดูรายละเอียดแล้วมันขอยากมาก อาจต้องมีการปลูกทดแทน ดังนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไหม ไม่งั้นจะมีแต่บริษัทใหญ่ๆ ที่ขายได้?
– ตอนนี้มีบริษัทหรือไร่กัญชาที่ไหนได้ขอใบอนุญาตหรือได้รับใบอนุญาตแล้ว? อยากให้กระทรวงมาชี้แจงให้ประชาชนและตำรวจทราบ จะได้จัดการได้ง่ายครับ
– มีการอธิบายเรื่องการขอใบอนุญาตให้คนทั่วไปที่จะขายกัญชาทราบหรือยัง?
– องค์กรของรัฐบาลที่แจกต้นกัญชาต้องขอใบอนุญาตไหม? เพราะเข้าเกณฑ์การจำหน่าย
สุดท้ายผมยังยืนยันว่าวิธีง่ายสุดในการควบคุม คือยกเลิกประกาศกระทรวงที่ทำให้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติดไปก่อนครับตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายฯ https://drive.google.com/…/1lwa9nxl3GdfPUH1UySZ…/view… ซึ่งถึงยกเลิกประกาศไป กัญชาก็ยังใช้ทางการแพทย์ หรือมีในผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปได้ เพราะกฎหมายในไทยอนุญาตให้ใช้ได้ก่อนที่จะมีประกาศอันนี้ของกระทรวงที่ปลดกัญชาจากยาเสพติด
สำหรับประชาชนที่ต้องการร่วมปิดสุญญากาศกัญชา เพื่อให้กัญชาถูกนำไปใช้อย่างเหมาะสม สามารถร่วมลงชื่อได้ที่ change.org/DelayCannabisLaw


