ฝนตกหนัก ช้างลื่นตกเขาใหญ่ตายอีก เผย 36 ปีสังเวยเหวนรกแล้ว 27 ตัว
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยจากกรณีพบช้างป่าวัยรุ่น อายุประมาณ 3-5 ปี พลัดตกลงมาจากน้ำตกเหวนรกเสียชีวิต เมื่อวันที่ 26-27 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า เมื่อช่วง 3 วัน เกิดพายุฝนตกติดต่อกันทั้งกลางวันและตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลทะลักลงในพื้นที่ลุ่มต่ำ และน้ำตกเหวนรกมีปริมาณน้ำตกรุนแรง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบรอบบริเวณเหนือน้ำตกเหวนรก ที่มีรั้วเพนียดกั้นแนวเหวไว้ทั้งหมด และไม่พบร่องรอยช้างป่าเดินในบริเวณบนหลังน้ำตก ประกอบกับมีไฟสปอตไลต์ส่องสว่างตลอดทั้งคืน และติดสัญญาณเตือนภัยเมื่อมีช้างป่าเข้าใกล้
“คาดว่าช้างป่าตัวนี้คงมากับฝูงขณะมีน้ำป่าเกิดอุบัติเหตุ ได้ลื่นพลัดตกคลองในป่าเหนือบริเวณน้ำตก ช่วยตัวเองไม่ได้ แล้วถูกน้ำป่าพัดไหลลงมาตกน้ำตก คงไม่ใช่ตกที่น้ำตกอย่างที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ในช่วงนี้พบว่ายังมีน้ำไหลเชี่ยวรุนแรง ยังไม่สามารถเก็บกู้ซากช้างขึ้นมาได้ เนื่องจากเป็นอันตรายแก่เจ้าหน้าที่” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่


เปิดประวัติ ช้างป่าเขาใหญ่ ตกหน้าผาเหวนรกตาย!! 33 ปี ตั้งแต่ปี 2562 ตาย 26 ตัว
จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์ช้างป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พลัดตกลงไปในน้ำตกเหวนรก ตายไปถึง 11 ตัว สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
มติชนค้นประวัติการพลัดตกเหวของช้างป่าเขาใหญ่ในช่วง 33 ปี ที่ผ่านมา ดังนี้
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2529 ได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมอย่างคาดไม่ถึง เมื่อมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้มาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้พบศพช้าง 1 ตัว นอนตายอยู่ที่น้ำตกเหวนรก ทันทีที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้รุดไปยังที่เกิดเหตุทันที พบช้างพลายตัวหนึ่งนอนตายติดโขดหินแช่น้ำอยู่ บริเวณน้ำตกเหวนรก ระหว่างชั้นแรกกับชั้นที่ 2 ดูสภาพซากช้างที่ตาย คาดว่าเป็นช้างพลายตัวนี้ ตกจากด้านบนของน้ำตกซึ่งมีความสูงประมาณกว่า 60 เมตร อาจตกลงมากระทบกับผาหินหรือด้วยแรงกดของกระแสน้ำ ซึ่งอาจเป็นเหตุทำให้ช้างบาดเจ็บหรือช็อก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และจมน้ำตายในที่สุด คาดว่าคงจะจมน้ำตายมาได้ประมาณ 4-5 วันก่อนหน้าที่จะมีใครเจอ ซากจึงอืดและลอยขึ้นมาติดกับโขดหิน ดูตามลำตัวไม่พบบาดแผลที่แสดงว่าถูกทำร้ายหรือลักลอบล่าแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงทำการถอดเอางาของช้างตัวนี้ นำมาเก็บรักษาไว้ที่ทำการอุทยานฯ ต่อไป จากการสันนิษฐานของผู้ชำนาญในเรื่องช้างและร่องรอยของช้างด้านบนน้ำตก ได้ความว่าช้างเคราะห์ร้ายตัวนี้ ต้องเป็นช้างในโขลงช้าง ที่มาหากินอยู่บริเวณนั้น และช้างตัวนี้คงจะเดินลงมาลำคลองเพื่อกินน้ำและในระหว่างที่กำลังกินอยู่นั้น อาจมีช้างพลายอีกตัวมาแกล้ง โดยการใช้หัวชนก้นของช้างตัวนี้จนทำให้เสียหลักตกลงไปในลำคลอง ที่มีกระแสน้ำลึกและแรงมาก พัดพาช้างลอยไปตกหน้าผาก่อนที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ทัน
เดือนตุลาคม 2530 ก็มีช้างป่าตกเหวตายอีก 4 ตัว เป็นแม่ช้าง 2 ตัว ครั้งนั้นมีลูกช้างตกลงจากหน้าผายังไม่ตายทันที และได้พยายามที่จะกระเสือกระสนต่อสู้กับแรงกระแสน้ำหนีตายทั้งๆ ที่บาดเจ็บขาหักอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาถึง 2 วัน โดยไม่มีใครสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือได้ เนื่องจากไม่มีเครื่องมือดำเนินการ ในที่สุดกระแสน้ำก็พัดพาตกตายไป
ปี 2531 ก็ปรากฏว่ามีช้างป่าตกเขาตายอีก 2 ตัว ในบริเวณเดียวกัน แต่ไม่ได้เป็นข่าวเพราะช้างป่าตกมาจากตอนบนของน้ำตกชั้นที่หนึ่ง ซึ่งสูงกว่า 50 เมตร กระแสน้ำช่วงนี้แรงมาก พัดพาเอาซากช้างป่าดังกล่าวจมหายและตกลงไปถึงน้ำตกชั้นที่ 3 ที่ลึกลงไปกว่า 200 เมตร ไม่มีใครลงไปได้
วันที่ 2 สิงหาคม 2535 ประชาชนชาวไทยที่เห็นความสำคัญของธรรมชาติและสัตว์ป่าต่างพากันเศร้าสลดใจกับเหตุการณ์ที่ครอบครัวช้างป่าแม่ลูก 8 ตัว ถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากพัดพาร่างจมดิ่งหายไปในสายน้ำขณะเดินข้ามธารน้ำเหนือน้ำตกเหวนรก จนเสียชีวิตทั้งหมดอย่างน่าเวทนา สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าน่าจะเกิดจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่เขาใหญ่ จนเกิดน้ำป่าไหลหลากจากทุ่งงูเหลือมลงสู่คลองเหนือน้ำตกเหวนรกและกระแสน้ำจำนวนมากได้ไหลพัดพาช้างป่าที่กำลังข้ามน้ำจนลอยไปตกเหวตาย และในที่สุดหุบเขาน้ำตกเหวนรกแห่งนี้ก็กลายเป็นสุสานฝังร่างครอบครัวช้างป่าแม่ลูกอยู่คู่เขาใหญ่ตราบชั่วนิรันดร์
ต่อมาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้สร้างคอนกรีต เพื่อให้ช้างได้เดินข้ามห่างจากหน้าผาประมาณ 100 เมตร เพื่อป้องกันการตกหน้าผา ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีช้างป่าตกหน้าผาอีกเลย
วันที่ 5 ตุลาคม พบซากช้างป่าในน้ำตกเหวนรก จำนวน 6 ตัว
วันที่ 8 ตุลาคม พบซากช้างป่าในน้ำตกเหวนรกเพิ่มอีก 5 ตัว คาดว่า ช้างทั้ง 11 ตัว น่าจะอยู่ในโขลงเดียวกัน และพลัดตกลงมาจากหน้าผาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

