เรื่องยินดีประเทศไทย “เสือโคร่ง งอก” อันดับหนึ่งอาเซียน เดิม 42 เพิ่มเป็น 100 ในห้วยขาแข้ง
วันที่ 29 กรกฎาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานจัดงาน เนื่องในวันอนุรักษ์เสือโคร่งโลกประจำปี 2565 “TIGERS NEXT GEN เสือโคร่งต้องไปต่อ ที่ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี
โดยนายวราวุธ กล่าวว่า รัฐบาลไทยทราบถึงปัญหาการอนุรักษ์สัตว์ป่าในประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเสือโคร่ง จึงได้จัดทำ แผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์เสือโคร่ง 2553 – 2565 และดำเนินงานเรื่อยมา จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีประเทศเอเชีย ด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง ครั้งที่ 4 (The 4th Asia Ministerial Conference on Tiger Conservation) ระหว่างวันที่ 19-21 มกราคม 2565 ณ ประเทศมาเลเซีย ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) จากการดำเนินการตามแผนดังกล่าว ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมจากต่างชาติเป็นอย่างมาก และได้รับการยอมรับในการเป็นผู้นำกลุ่มประเทศในเอเชียที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์เสือโคร่งและสัตว์ป่าชนิดอื่นที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลก
“การจัดทำแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งที่มีมาตรฐานระดับสากล ประเทศไทย เราประสบความสำเร็จในการดำเนินการทั้งในพื้นที่อาศัยหลักและพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง ด้วยศักยภาพและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ กิจกรรมที่ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น ระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ เป็นการนำข้อมูลเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เป็นเครื่องมือ โดยพื้นที่แรกที่มีการนำระบบนี้มาใช้ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นพื้นที่อาศัยหลักของเสือโคร่งและยังเป็นพื้นที่มรดกโลกอีกด้วย ผลที่ได้นั้นเป็นที่น่าพึงพอใจ แสดงให้เห็นว่าประชากรเสือโคร่ง 42 ตัว ในปี พ.ศ. 2553 เพิ่มเป็น 100 ตัว ในปี พ.ศ. 2565 ต่อมาระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพได้ถูกนำมาใช้ทุกกลุ่มป่าครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 213 แห่งทั่วประเทศ” นายวราวุธกล่าว

รัฐมนตรี ทส.กล่าวว่า รัฐบาลไทยยังคงเดินหน้าจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์เสือโคร่ง 2566 – 2577 เป็นแผนปฏิบัติการฉบับที่ 2 ของการอนุรักษ์เสือโคร่งไทย โดยมีเป้าหมาย “ประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติเพิ่มขึ้นภายใต้ความสามารถในการรองรับได้ของพื้นที่ในกลุ่มป่าที่เป็นถิ่นอาศัย โดยยกระดับระบบการจัดการพื้นที่และการติดตามตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อนำประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำในการอนุรักษ์เสือโคร่งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในปี พ.ศ. 2577 ความสำเร็จการเพิ่มขึ้นของประชากรเสือโคร่งไม่ใช่เพียงผลงานรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังคงมีหน่วยงานจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กร ต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือประชาชนทุกคน ที่คอยสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์เสือโคร่ง ร่วมกัน
นายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เสือโคร่ง เป็นผู้บริโภคที่อยู่ระดับบนสุดของพีระมิดและห่วงโซ่อาหาร อาณาเขตครอบครองของเสือโคร่งแต่ละตัวครอบคลุมพื้นที่อาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด โดยเวลานี้ประเทศที่ถือว่ามีเสือโคร่งในป่าธรรมชาติที่มากที่สุด คือ ประเทศอินเดีย สำหรับประเทศไทยเวลานี้สำรวจในป่าธรรมชาติ ทั้งอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จากหลักฐานภาพถ่าย รอยตีน และร่องรอยต่างๆ คาดการณ์ว่า มีปริมาณ 148-189 ตัว ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้การที่เสือโคร่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หมายความว่า สัตว์อื่นๆ ที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่ง ก็ต้องมีจำนวนมากเพียงพอต่อความต้องการของเสือโคร่ง ดังนั้น การอนุรักษ์เสือโคร่ง จึงมีความหมายต่อการรักษาผืนป่าขนาดใหญ่อันเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ส่งผลต่อความหลากหลายทางทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่นั้นๆ ในภาพรวมปริมาณเสือโคร่ง

