พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สั่งรวบผู้ต้องหาอ้างชื่อ หลอกผู้เสียหายหลักล้านจะช่วยเอาทรัพย์สินที่ดินคืน จากกลุ่มนายทุนเงินกู้
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศปน.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เลย, พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 นำกำลังสืบสวน ผู้แอบอ้างว่าสามารถพาประชาชนผู้เดือดร้อนในพื้นที่ จ.เลย พบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพื่อให้การช่วยเหลือได้ โดยบุคคลดังกล่าว เรียกรับเงินจากประชาชน อ้างเป็นค่าดำเนินการ
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า มีประชาชนผู้เสียหาย 2 ราย เข้าร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ปากชม จว.เลย ว่าเมื่อประมาณปี 2562 กลุ่มผู้เสียหาย ทราบว่าหากใครที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบยึดทรัพย์สินหรือที่ดินไป สามารถไปขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามขบวนการเงินกู้นอกระบบในขณะนั้น ซึ่งตัวผู้เสียหายก็ได้รับความเดือดร้อนจากการที่นำที่ดินไปขายฝากกับขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบ จึงประสงค์ที่จะขอความช่วยเหลือจากตน ขณะนั้นมีคนแนะนำให้ทราบว่า นางสุภัทรา อยู่ศิริบูรณ์ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 308 หมู่ 12 ต.นาดินดำ อ.เมืองเลย จ.เลย สามารถพาไปพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ ผู้เสียหายจึงติดต่อพูดคุยกับ นางสุภัทรา ซึ่งนางสุภัทรารับปากว่าจะช่วย แต่จะต้องนำเงินมาให้ก่อน 30,000 บาท
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า จากนั้นนางสุภัทราอ้างว่าจะนำมาให้ตน ผู้เสียหายทั้งสองรายจึงยินยอมหาเงินมาให้ แต่นางสุภัทรายังไม่สามารถพามาพบตนตามที่กล่าวอ้าง จากนั้นยังคงขอให้ผู้เสียหายทั้งสองนำเงินมาให้เพิ่มอีกหลายครั้ง รวมกว่า 1 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากชม เพื่อดำเนินคดีกับนางสุภัทรา
ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่า นางสุภัทราเคยเป็นผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือจากตน จนได้ทรัพย์สินที่ดินคืนจากนายทุนเงินกู้เช่นกัน แต่กลับมีพฤติการณ์ในการแอบอ้างชื่อตนไปหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่า พามาพบตนและจะได้รับการช่วยเหลือ นำเอาทรัพย์สินที่ดินคืนจากนายทุนเงินกู้นอกระบบได้ ซึ่งมีประชาชนหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้มีประชาชนผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์แล้ว 2 ราย
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจึงยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเลย ออกหมายจับนางสุภัทราในความผิดข้อหา “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ 145/2565 ต่อมาจึงจับกุมนางสุภัทรา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากชม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ จะทำการสืบสวนขยายผล ติดตามผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ถูกนางสุภัทราหลอกลวงตามในลักษณะเดียวกันนี้ เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า จากพฤติการณ์ในคดีดังกล่าว เป็นอีกครั้งที่พบการกระทำผิดในกรณีที่มีการแอบอ้างชื่อตนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงผู้เสียหาย เพื่อให้หลงเชื่อว่าตัวผู้กระทำผิดสามารถช่วยเหลือในการดำเนินการตามที่ผู้เสียหายต้องการได้ จึงขอยืนยันว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการใดๆ ในการกระทำผิดในกรณีนี้แต่อย่างใด กรณีที่ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือกรณีถูกขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบยึดทรัพย์สินและที่ดินไป สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ผ่านช่องทางสายด่วน 1599 หรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจทุกท้องที่ได้ทั่วประเทศ และอยากจะประชาสัมพันธ์ขอย้ำว่า ตนไม่มีนโยบายในการแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายด้วยวิธีใดๆ แน่นอน ซึ่งหากพบกรณีแอบอ้างอีก จะสั่งการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกรายจนถึงที่สุด



