หมอธีระวัฒน์ ชี้ 5 ประเด็น ‘ฝีดาษลิง’ ป้องกันได้ ไม่จำเป็นต้องให้ยาทุกราย หายเองได้
วันที่ 29 ก.ค. นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” เกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ประเด็นสำคัญ ของฝีดาษลิง 2022
1.ป้องกันการแพร่ได้ และไม่ได้จำเป็นต้องให้ยาทุกราย เพราะหายเองได้
2. รู้จัก คู่สัมพันธ์ คู่นอน คู่รัก
3.ความยากของการวินิจฉัย
ผื่น ตุ่ม แผล ที่ผิวหนัง อยู่ในที่เร้นลับ อวัยวะเพศ ทวารหนัก และเยื่อบุ ช่องก้น ลิ้น ช่องปาก รูทวาร (anogenital oropharynx tongue) ซึ่งบ่งบอกช่องทางการติดและไวรัสจะกระจายมาหน้า มือ ตัวทีหลัง หรือไม่มาก็ได้
3 ข้อดี คือ มีอาการไม่สบาย นำมาก่อน จะมีไข้หรือไม่มีก็ตาม โดยมีอาการ เหนื่อยล้า เซื่อง หมดแรง ปวดเมื่อย ปวดหัว
ทั้งนี้ โดยที่จะมีการติดต่อกัน ต่อเมื่อเริ่มมีอาการแล้ว โดยแพร่ทางละอองน้ำลายขณะสัมผัสใกล้ชิด แม้ยังไม่มีผื่นแผล ซึ่งเมื่อมี ก็เป็น อีกช่องทางของการแพร่ได้ เมื่อมีการสัมผัสที่แผล
4.การสัมผัสใกล้ชิดกัน เป็นช่องทางติดต่อที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ ขณะมีเพศสัมพันธ์
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะพบดีเอ็นเอของไวรัสในน้ำอสุจิ ปัสสวะ เลือดได้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าเป็นไวรัสในรูปที่ติดต่อได้หรือไม่ ต่างจากน้ำที่ตุ่มน้ำ หรือหนองที่แผลที่ยังไม่ตกสะเก็ด หรือละอองฝอยน้ำลายซึ่งติดต่อได้
5.การแพร่ให้คนในครอบครัวในบ้านเดียวกัน ยังค่อนข้างยากมาก
ติดยากกว่าโควิด การให้ความรู้อย่างกระจ่าง ถึงอาการ ช่องทางการติด การระวังตัว เป็นสิ่งสำคัญ และ ไม่ใช่เป็นเฉพาะในคนรักเพศเดียวกัน หรือ สองเพศ
(ประมวลจากรายงานในวารสารนิวอิงแลนด์วันที่ 21 กรกฎาคม
รายงานการติดเชื้อ 528 รายระหว่างวันที่ 27 เมษายนถึงวันที่ 24 มิถุนายนใน 16 ประเทศ)
การตรวจฝีดาษลิงมีในเครือข่ายห้องปฏิบัติการทั่วประเทศรวมทั้งโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์และของที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ และที่ต่างๆ เพื่อประสานกันในการติดตามและเฝ้าระวังทั่วประเทศครับ

