เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม., นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม., นายเจษฎา จันทรประภา รองผู้อำนวยการ (ด้านปฏิบัติการ) สำนักการระบายน้ำ, นายอุกฤษฎ์ กลิ่นสุคนธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานระบบควบคุมน้ำ และทีมงาน ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของสถานีสูบน้ำคลองบางซื่อ
ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติกล่าวว่า ระบบระบายน้ำกรุงเทพฯ มีระบบคลองกับระบบอุโมงค์ระบายน้ำ จุดบางซื่อมีจุดปั๊มน้ำ 17 ตัว สูบน้ำตัวละ 3 ลบ.ม.ต่อวินาที อุโมงค์บางซื่อระบายน้ำได้ 60 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งใกล้เคียงกันแต่ที่สำคัญคือตัวปั๊มน้ำ 17 ตัว เพิ่งเปลี่ยนไป 5 ตัวเป็นตัวใหม่ ส่วนอีก 12 ตัวเป็นปั๊มน้ำอายุ 15 ปี ซึ่งประสิทธิภาพลดถอยลง รวมทั้งมีค่าถมคลองด้วย
“การเปลี่ยนปั๊มหนึ่งตัวประมาณ 4 ล้านบาทรวมค่าติดตั้ง และถ้าปรับพวกนี้ลงทุนไม่เยอะ เทียบกับอุโมงค์ระบายน้ำที่ราคาเป็นพันล้าน เช่น อุโมงค์บึงหนองบอน 5 พันล้านบาท แต่กับประสิทธิภาพราคาปั๊มน้ำไม่ได้แพง เชื่อว่าทำให้การระบายน้ำดีขึ้น ตอนนี้ต้องไล่ทุกจุดให้ปั๊มทำงานได้ดี ตรงนี้ปัญหาเรื่องจุดส่งไฟมีที่เดียว เพราะฉะนั้นถ้าที่นี่เกิดไฟดับตรงนี้คือเป็นอัมพาต ต้องอาศัยตัวอุโมงค์อย่างเดียว ต้องคุยกับทางการไฟฟ้าให้หา 2 แหล่งให้ได้” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อไปถึงประเด็นต่างๆที่ต้องดำเนินการว่า
เรื่องแรก คือเรื่องระบบไฟที่มาเสริม
เรื่องที่ 2 คือเรื่องปั๊มเก่า ถ้าประสิทธิภาพไม่ดีต้องเปลี่ยนให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นทันสมัยขึ้น ซึ่งมีทั้งหมด 190 สถานี เพราะฉะนั้นต้องไปไล่ทุกจุด ถ้าต้องเปลี่ยนปั๊มก็ต้องทำ
เรื่องที่ 3 คือประสิทธิภาพของคลอง
เรื่องที่ 4 คลองบางซื่อเก็บขยะได้วันละ 3 ตัน ขยะไม่ได้มาจากธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เราทิ้งลงไปในคลอง ต้องฝากกัน ขยะที่ทิ้งลงไปในคลองเป็นอุปสรรคสำคัญมีหลายครั้งที่ผมได้ยินจากวิทยุว่าขยะเข้าไปเครื่องสูบน้ำแล้วพัง ต้องฝากพวกเราอย่าทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง ขยะชิ้นใหญ่อย่าทิ้ง ที่นี่ 3 ตัน วันนั้นไปพระราม 9 วันละ 5 ตันตอนนี้คงต้องช่วยดูเรื่องขยะ
“คลองบางซื่อบางส่วนไม่ได้ขุดมา 13 ปี และบางส่วนขุดลอกเมื่อปี 2561 แต่หัวใจคือท้องคลอง คลองตรงนี้อยู่ที่ -2 เมตร ตอนนี้เขารักษาที่ระดับ -1 เมตร เพราะเวลาหัวปั๊มจุ่มต้องมีระดับให้ปั๊มดูดน้ำได้ และพอคลองตื้นและไม่ได้ลอกทำให้พร่องได้ไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นพอฝนตกมาไม่นานก็เต็มคลองแล้ว เพราะฉะนั้นต้องทำการลอกคลองเพื่อให้กินน้ำได้ลึกขึ้น ซึ่งถ้ามีเขื่อนจะลดให้ได้ถึง 3.5 เมตรได้ แต่ถ้าไม่มีเขื่อนอาจมีดินสไลด์ข้างทาง เพราะฉะนั้นโครงการนี้ต้องไปด้วยกันคือการทำเขื่อนและทำการขุดลอก ขณะเดียวกันอาจทำการขุดลอกบริเวณประตูระบายน้ำให้ลึกขึ้นอาจจะ -5 เมตรเพราะฉะนั้นก็จะมาเป็นแบบแก้มลิง แค่หน้าประตูระบายน้ำ ทำให้การดูดตรงนี้ง่ายขึ้น เหมือนมีแอ่งน้ำ อยู่ก่อนถึงสถานีสูบน้ำการปรับปรุงประสิทธิภาพคลองเป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำ ไม่ได้ใช้เงินเยอะเหมือนอุโมงค์ระบายน้ำและสามารถเร่งทำได้เลย” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องน้ำท่วมบริเวณย่าน ‘ทรงวาด’ นายชัชชาติ กล่าวว่า ปีที่แล้วที่ท่วมหนัก 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ตรงแถวทรงวาดเป็นสถานการณ์ที่เราดูแลได้แต่ต้องไม่ประมาท ตรงจุดฟันหลอทั้งหลาย เพราะฟันหลอไม่ต้องเยอะก็ท่วม
“ฟันหลอกี่จุดท่านต้องเตรียมเลย กระสอบทรายอย่าไปใช้ เพราะปีที่แล้วมันทรุด ที่ฟันหลอส่วนหนึ่งมาจากเอกชนไม่ให้สร้าง เอกชนบอกว่ากลัวผิดฮวงจุ้ย ไม่อยากให้ทำ สุดท้ายน้ำเข้ามาท่วมทั้งหมู่บ้าน ต้องฝากว่าบางทีต้องเสียสละเหมือนกัน อย่างน้อยช่วงนี้ให้เราเรียงกระสอบทรายก่อน ตรงที่ฟันหลอที่ทรงวาดมีเกือบ 200 เมตรและจุดต่างๆ ช่วงนี้อาจไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยงามหรือฮวงจุ้ยมาก เอาชีวิตรอดก่อน ให้เราเข้าไปเรียงกระสอบทรายเสริมให้แน่นก่อน และได้ดูแลเพื่อนบ้านเราด้วย” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติที่ชำรุด นายอุกฤษฎ์ กลิ่นสุคนธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานระบบควบคุมน้ำ กล่าวว่าที่บางซื่อมี 11 ตัว 2 ตัวทำงานได้ ที่เหลือใช้คนเก็บ บางตัวต้องซ่อมระบบอัตโนมัติ
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า นี่คือปัญหา 11 ตัว อีก 9 ตัวต้องซ่อม และใช้คนแทน ซึ่งน่ากลัวต้องระวัง เพราะยิ่งฝนตกน้ำเยอะคนลงไปข้างในอันตราย

