ชัชชาติ ตรวจอุโมงค์แยกไฟฉาย เปิดพรุ่งนี้ตี 5 พร้อมแยก ณ ระนอง ย้ำ 13 ปียังรอได้ เน้นปลอดภัย ไม่มั่นใจ ไม่ต้องเปิด

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกทม. ตรวจอุโมงค์แยกไฟฉายซึ่งมีกำหนดการเปิดให้บริการในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ หลังจากช่วงเช้ามืดได้วิ่งออกกำลังกายจากสวนลุมพินีไปตรวจสอบบริเวณสะพานข้ามแยก ณ ระนองแล้ว 1 จุด (อ่านข่าว ชัชชาติ ไม่ได้อ่านไลน์กรุ๊ป นัดเจอรองฯวิศณุ ตรวจอุโมงค์มหากาพย์ 13 ปีแยกไฟฉาย แต่ไปผิดฝั่ง)

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ตรวจเยี่ยม 2 โครงการ โครงการแรกการก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนอง ซึ่งเป็นช่วงสะพานข้ามแยกบริเวณถนนรัชดาภิเษกเลี้ยวขวาเข้าถนนสุนทรโกษา ออกสู่ถนนพระรามที่ 4 ซึ่งปัจจุบันปิดอยู่ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวค่อนข้างติดขัด ที่ผ่านมาได้เร่งรัดสำนักการโยธาให้เร่งดำเนินการ ขณะนี้พร้อมเปิดให้ใช้งานวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.65) เวลา 05.00 น.

โครงการที่ 2 โครงการก่อสร้างอุโมงค์สี่แยกไฟฉาย เป็นอุโมงค์ที่สร้างมา 13 ปีแล้ว มีข้อขัดแย้งค่อนข้างมาก อาทิ ขนาดอุโมงค์ การเจรจากับ รฟม. ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งโครงสร้างต้องใช้ร่วมกันบริเวณปากอุโมงค์ ซึ่งได้เร่งรัดสำนักการโยธาให้เร่งดำเนินการและตั้งเป้าว่าจะเปิดวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.65) โดยคืนนี้จะมีการทดสอบการใช้งานอุโมงค์ และได้เน้นย้ำกับสำนักการโยธาให้ดูเรื่องความความปลอดภัยเป็นหลัก หากมีอะไรที่ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ สามารถเลื่อนการเปิดการใช้งานได้ ขอให้ดูความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้นคืนนี้สำรวจความปลอดภัยให้ 100% หากไม่มีอะไรคาดเคลื่อนจะเปิดใช้งานวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.65) เวลา 05.00 น. ทั้งนี้ อุโมงค์จะเปิดให้ใช้งานตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น. เพื่อบรรเทาการจราจร หลังจากนั้น เวลา 22.00-05.00 น. จะทำการปิดอุโมงค์เพื่อเก็บรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อความเรียบร้อย และเดือนหน้าเปิดบริเวณแยกราชพฤกษ์ ซึ่งจะช่วยระบายรถบริเวณนี้ได้มากขึ้น

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชัชชาติได้สอบถามนายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. ขณะตรวจสอบอุโมงค์แยกไฟฉายถึงระบบระบายน้ำและปั๊มน้ำ พร้อมย้ำให้ทดสอบก่อนและระวังเรื่องน้ำท่วม

“วันนี้เป็นวันอาทิตย์จึงถือโอกาสวิ่งออกกำลังกายสบายๆ ไปดู 2 โครงการ จุดแรกคือ โครงการห้าแยก ณ ระนองซึ่งเป็นโครงการโอเวอร์พาส ซึ่งปิดอยู่ทำให้การจราจรบริเวณ 5 แยก ณ ระนองค่อนข้างคับคั่ง พยายามเร่งรัดทางสำนักโยธาเพราะสัญญาว่าจะเปิดพรุ่งนี้เช้าตี 5 เมื่อเช้าวิ่งไปยังไม่ได้บอกล่วงหน้าไปไม่มีใครอยู่ ดูตอนแรกนึกว่ายังไม่เสร็จ แต่ผู้อำนวยการสำนักการโยธายืนยันว่าจะขยับตัว Launcher ที่ขวางทางสะพานอยู่ ซึ่งขยับไปจะทำให้พอมีระยะทางได้ สำหรับเรื่องป้ายต้องทำให้ครบ ส่วนจุดที่ 2 คือ อุโมงค์แยกไฟฉาย ซึ่งอุโมงค์นี้สร้างมา 13 ปีแล้ว นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อไปว่า ในคืนนี้จะมีการทดสอบอีก อย่างไรก็ตาม ตนย้ำกับ ผอ.สำนักการโยธาว่าให้เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก ถ้ามีอะไรไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ จะขยับเลื่อนได้แต่ขอเอาความปลอดภัยมาก่อน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเดดไลน์

“เรารอมา 13 ปีแล้ว รอไปอีกวันสองวันให้ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์  ถ้าไม่มั่นใจ ก็ไม่ต้องเปิด ไม่เป็นไร ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1 ต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ รอมา 13 ปี ยังรอได้ เราแค่กดดันเพื่อให้ทำให้เร็ว ขอให้ท่านผอ.ดูความปลอดภัยเป็นหลัก

แต่ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนพรุ่งนี้จะเปิดตี 5 แต่ตรงอุโมงค์แยกไฟฉายจะปิดตั้งแต่ 22.00 -05.00 น. เพราะยังมีงานตกแต่งอยู่บ้าง แต่เปิดช่วงกลางวันเพื่อบรรเทาสถานการณ์การจราจร พี่น้องแถวนี้ทนทุกข์ทรมานมานานแล้ว และเดือนหน้าจะเปิดอีกแยกหนึ่งคือแยกราชพฤกษ์” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุผลที่การก่อสร้างใช้เวลาถึง 13 ปีคืออะไร นายชัชชาติกล่าวว่าเพราะเรื่องการปรับขยายเลนถนน เมื่อก่อนเป็น 3 เลน ซึ่งไปเบียดฟุตบาท ซึ่งประชาชนอยากให้มีฟุตบาทที่กว้าง มีการเจรจาอยู่ 4 ปี รวมถึงประเด็นโครงสร้างสะพานที่ใช้ร่วมกัน

“อดีตผ่านไปแล้วช่างมัน เราพยายามมองไปในอนาคตพยายามให้รวดเร็วที่สุดและดูแลสะพานให้ดี และอดีตเป็นบทเรียนว่าล่าช้าเพราะอะไร เป็นบทเรียนผิดพลาดไม่ดี ผิดพลาดซ้ำอีก” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่ว่าผลงาน 2 เดือนจากการเป็นผู้ว่าฯกทม.สามารถเปิดได้ถึง 3 แยก นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องบอกว่าไม่ใช่ผลงานเรา เพราะทำมาต่อเนื่อง เราแค่ผลักดันให้ความสำคัญ

“โครงสร้างเราพูดถึงผลงานไม่ได้ ต้องทำเป็นระยะยาว เป็นการช่วยกัน แต่เราก็ช่วยกันให้มันจบ สำคัญคือโครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จที่ต้องเร่งรัดและดูแลคืนพื้นที่ให้เร็วที่สุด จุดไหนเปิดได้เปิดก่อน ทยอยเปิดก็ได้” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าโครงการเกี่ยวกับการจราจรมีปัญหาในการไปประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น รฟม.หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ตนว่าตอนนี้มีการอาศัยงานที่ดีขึ้น ปกติจะมีเรื่องการประปานครหลวง ย้ายท่อไร้สายเป็นหลัก และรฟม.มีสั่งการพิเศษ ตนว่าบรรยากาศการประสานงานดีขึ้นและเราเหมือนเป็นตัวกลางประสานงานและพูดคุยกัน คิดว่าในอนาคตจะราบรื่นมากขึ้น

“จริงๆ แล้วต้องบอกว่าโครงการระยะยาวต่างๆไม่ใช่ผลงานของเรา เพราะเป็นการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง เราแค่มาผลักดันให้ความสำคัญและทำการเร่งรัด ถือว่าช่วยกันผลักดันโครงการต่างๆที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทำการเร่งรัด ดูแล และคืนพื้นที่โดยเร็วที่สุดอันไหนเปิดได้ให้เปิดก่อน หรือทยอยเปิด” นายชัชชาติ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image