‘ธงทอง’ ลงพื้นที่ตรวจโรงงานกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ก่อนทดลองเดินระบบอีกครั้ง 1 ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่โรงงานกำจัดมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินโครงการและรับฟังการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโครงการที่ได้หยุดเดินระบบและทำการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหากลิ่นรบกวนต่อชุมชน ตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจติดตามการแก้ปัญหาโครงการ โดยมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วม โดยเป็นไปตามคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทองกล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมได้เห็นภาพโครงการทั้งหมดที่มีการปรับปรุงระบบเพื่อแก้ปัญหามาเป็นลำดับ ขณะนี้ทางโรงงานมีความพร้อมที่จะเดินระบบรับขยะอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะเป็นการทดสอบรับขยะเข้ามากำจัดเพื่อดูประสิทธิภาพของเครื่องมือและระบบต่างๆ ที่ได้ติดตั้งเพิ่มเติม
“ได้แนะนำในเรื่องให้ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่ได้มาตรฐานเข้ามาใช้เพื่อให้การแสดงผลการตรวจวัดค่าก๊าซต่างๆ ในโรงงานที่ประชาชนสามารถเห็นข้อมูลได้ ซึ่งจะช่วยลดความสงสัยและปัญหาข้อร้องเรียนในการทำงาน” ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทองกล่าว

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทองกล่าวว่า เนื่องด้วยที่ตั้งของโครงการของบริษัทตั้งอยู่ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ซึ่งมีกิจการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีต่างๆ ในศูนย์ฯแห่งนี้อีกหลายกิจกรรม จำเป็นต้องให้ข้อมูลเหล่านี้ด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ซึ่งโครงการเพื่อบริหารจัดการปัญหาขยะของเมืองในภาพใหญ่นั้นมีการดำเนินการหลายส่วน ในส่วนของบริษัทเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องเร่งแก้ไข และขอให้หาพันธมิตรในการทำงานคู่ขนานกันไป เช่น เชิญคณาจารย์ หรือสถาบันการศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอนด้านนี้ มาเยี่ยมชมซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนและได้รับคำข้อแนะนำ เพื่อนำแก้ไขปรับปรุงโครงการได้ดียิ่งขึ้น
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทองกล่าวด้วยว่า จากที่ได้ไปท่องเที่ยวเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งมี Copenhill หรือโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่สร้างขึ้นได้อย่างเป็นมิตรกับชุมชนอย่างมาก ไม่มีกลิ่นรบกวน ตัวโรงงานสามารถขึ้นไปเดินเล่นบนดาดฟ้าและมีทางลาดจากด้านบนลงมาให้เล่นสกีได้ หรือบนกำแพงก็มีการออกแบบให้เป็นที่ออกกำลังกายแบบปีนป่ายได้ เป็นรูปแบบโครงการที่ดีมาก เป็นแนวทางที่น่าศึกษา โรงงานขยะที่นอกจากจะไม่รบกวนสร้างปัญหาแล้วยังสามารถเกื้อกูลต่อชุมชนและประชาชนในพื้นที่เป็นที่ท่องเที่ยว ที่ออกกำลังกายและสันทนาการต่างๆ ได้ด้วย
“ดังนั้น การดำเนินงานโครงการของบริษัท จำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ ซึ่งเมื่อเริ่มมีการทดลองเดินระบบอีกครั้งก็ต้องพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนที่จะมีเข้ามา ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันดูและหาวิธีการมาแก้ปัญหาเพื่อให้โครงการสามารถเดินไปได้ เพื่อพิสูจน์ตัวเองซึ่งเป็นความจำเป็นของเมืองที่จะต้องหาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการแก้ปัญหาขยะในภาพรวมของทั้งกรุงเทพฯให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด” ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทองกล่าว


