หน้าแรก ในประเทศ อึ้ง! กล้องวง...

อึ้ง! กล้องวงจรปิดเสีย คดีสยอง ชนนักฟุตบอล ลากไกล 300 เมตรจนร่างแหลก

5.11.16 | 10:43 น.

เร่งสางคดีอดีตนักฟุตบอลเขต 4 ขอนแก่น ถูกรถยนต์ชนลากศพไกลกว่า 300 เมตรแล้วหนีลอยนวล..ยังจับตัวไม่ได้ ครอบครัวมืดมนไร้ที่พึ่ง วอนตำรวจเร่งตามล่าผู้ก่อเหตุ พร้อมวอนผู้เห็นเหตุการณ์ชี้เบาะแส

สุรินทร์-วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2559) จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 18.40 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชน ส่งผลให้นายทองเบิ้ม กระบวนสืบ อายุ 55 ปี อดีตนักกีฬาฟุตบอลเขต 4 จังหวัดขอนแก่น เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก และร่างถูกรถยนต์เหยียบลากไปไกลกว่า 300 เมตร ก่อนที่ร่างจะหลุดออกจากตัวรถ ร่างกายแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ก่อนที่รถคันก่อเหตุได้ขับหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะเดียวกันได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออสสีขาว หมายเลขทะเบียน กง 5390 สุรินทร์ ที่ขับขี่ตามหลังมาไม่ทันสังเกตเหตุการณ์ได้ชนร่างผู้เสียชีวิตซ้ำ เหตุเกิดบริเวณถนนเยื้องหน้าวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาสุรินทร์ กม.ที่ 8-9 ถนนสายสุรินทร์-ปราสาท ต.เฉนียง (ฉะ-เหนียง) อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งคนขับยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่และยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ขับรถชนผู้เสียชีวิต และเป็นเหตุการณ์สุดวิสัย ในขณะที่ญาติๆ ได้ทำการฌาปนกิจศพที่วัดหนองบัวในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาแล้ว

ในส่วนของคดีนั้น ทาง ร.ต.อ.พรั่งไพบูรณ์ โนนคู่เขตโขง ร้อยเวรสถานีตำรวจเมืองสุรินทร์ เจ้าของคดี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางตำรวจได้เร่งรัดหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากเกิดเหตุได้เข้าไปสืบสวนสอบสวนยังหลายพื้นที่ เนื่องจากว่ามีผู้กระทำความผิดหลายคน พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังป้อมตำรวจจุดสวาย ต.สวาย อ.เมืองสุรินทร์ ที่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุอยู่ประมาณ 1-2 กิโลเมตร ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุดังกล่าว ได้รับคำตอบว่ากล้องชำรุด ดังนั้น จึงขอความอนุเคราะห์ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวเข้าให้ปากคำที่ร้อยเวรเจ้าของคดีด้วยถึงลักษณะรถและหมายเลขทะเบียน เพื่อติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และเรื่องจะได้ยุติโดยเร็ว

ทางด้านของครอบครัวผู้สูญเสีย นางชนิด กระบวนสืบ อายุ 55 ปี ภรรยาผู้ตาย และนายพลวัฒน์ กระบวนสืบ บุตรชาย อายุ 23 ปี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่กับครอบครัว เพราะพ่อเป็นเสาหลักในการเลี้ยงชีพ หารายได้มาสู่ครอบครัว จากนี้ไปตนคงเป็นผู้ดูแลแม่เพื่อสู้ชีวิตกันต่อไป ในส่วนการให้ความช่วยเหลือนั้น ขณะนี้ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือมาแต่อย่างใด แม้แต่การจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ยังทำพิธีได้แค่คืนเดียวเท่านั้น ต้องรีบฌาปนกิจเนื่องจากเราไม่มีเงิน ต้องขอบคุณทางเพื่อนๆ คุณพ่อทุกท่านที่อยู่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น บ้านเกิด ที่ได้มอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมกันนี้อยากฝากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองสุรินทร์ได้ช่วยเร่งติดตามในการทำคดีให้ด้วย

ทางด้านนายอัชราช ผดุงเจริญ ผู้จัดการอาวุโส บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาสุรินทร์ กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือนั้น หากรถมี พ.ร.บ.ทางบริษัทจะนำเงินไปจ่ายเป็นค่าสินไหมทดแทนภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นค่าเสียหายในเบื้องต้น เป็นเงิน สามหมื่นห้าพันบาททันที ไม่ว่ากรณีใดๆ ที่เกิดขึ้น

Advertisement

ล่าสุด ในเบื้องต้นทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพอจะทราบหมวดอักษรและหมายเลขทะเบียนของรถยนต์ที่ก่อเหตุแล้ว โดยทะเบียนรถยนต์เป็นรถยนต์ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งจะได้มีการตรวจสอบเพื่อติดตามเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด