หมอธีระวัฒน์ชี้ ฝีดาษลิงแพร่ทาง ‘จูบ เลีย อม ไอ จาม’ เชื้ออยู่ตามของใช้ส่วนตัว 15 วัน
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” เกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ไวรัสฝีดาษลิงแพร่ออกได้ทางใดบ้าง?
โรคนี้เป็นการป้องกันในระดับบุคคลได้ เราต้องช่วยกัน การแพร่คล้ายแบบโควิดแต่ “ยากกว่ามากๆ” (ย้ำ) และแบบโรคทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น ต้องการการสัมผัสคลุกคลีใกล้ชิดเข้มข้น
อย่าตกใจ ตื่นเต้น ตื่นตระหนก
แพร่ทางน้ำลายจากการจูบ เลีย อม ไอ จาม พูดแบบแนบสนิท (ย้ำ การติดทางการพูดจาปกติไม่เกิด ต้องการการสัมผ้สที่ต้องเข้มข้น และต้องคลุกคลีใกล้ชิดมากเป็นเวลานาน ผิวแนบผิว หน้าแนบชิด)
ตัวอย่าง ระหว่างและขณะการมีเพศสัมพันธ์ จากการสัมผัสแผล ตุ่มน้ำ ตุ่มหนองที่ผิวหนัง
ทางอ้อมจากการที่ไวรัสตกค้างอยู่บริเวณพื้นผิว รวมผิวหนังของร่างกายและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของใช้ผ้าปูที่นอน (อยู่ได้นาน 15 วัน)
วงจร หน้า มือ ปาก ตา เพศสัมพันธ์ ทำความสะอาดพื้นผิว
ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวถึงความยากของฝีดาษลิงด้วยว่า การป้องกันการแพร่ และเพื่อการประเมินความรุนแรงที่ดีที่สุด คือ สามารถรู้เร็วตั้งแต่ต้นที่คนติดเริ่มมีการแพร่ของไวรัสแล้ว ทั้งนี้ สามารถได้จากข้อมูล อาการทางร่างกายและทางผิวหนัง
แต่เริ่มมีข้อจำกัดคือ:
14% มีแต่ผื่น แผล ตุ่มที่ผิวหนังไม่มีอาการทางร่างกาย และอาการที่ผิวหนังอาจมีจุดเดียวหรือตำแหน่งเดียว และอาจเป็นที่ซ่อนเร้น (ดังนั้นตนเองอาจไม่รู้ และไม่มีอาการเตือนว่าติดแล้ว)
86% มีอาการทางร่างกายและที่ผิวหนัง และในกลุ่มที่มีอาการทางร่างกายนี้ 39% อาการที่ผิวหนังเกิดก่อน
ลักษณะของผื่น แผล ตุ่มที่ผิวหนังไม่เป็นไปตามตำรา ที่เรียงจากผื่นราบ นูนขึ้น ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนองแตกเป็นแผล ตกสะเก็ด เช่นเกิดเป็นตุ่มก่อน ก็ได้
นอกจากนั้นมีลักษณะ ผื่น แผล ตุ่ม หลายระยะนี้ เกิดขึ้นได้พร้อมกัน polystage polymorphic ก็ได้
ลักษณะอาการทางร่างกายอาจไม่ได้มีครบทุกอย่าง และไม่ได้มีพร้อมๆ กัน ได้แก่ ไข้ ปวดเมื่อย ปวดหัว ปวดหลัง เหนื่อยล้า ต่อมน้ำเหลืองโต
ดังนั้น การวินิจฉัยได้เร็ว ต้องใช้ทุกอย่างประกอบกัน และมีความจริงใจในการให้ประวัติ และรวมทั้งความเสี่ยงในการมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อตนเอง และคนที่เกี่ยวข้องและกันไม่ให้โรคลุกลามระบาดเป็นวงกว้าง
ไม่ใช่เป็นโรคที่ต้องกลัวคนรังเกียจ

