ยุติธรรมถก23หน่วยงาน เยียวยา-อำนวยความยุติธรรมชายแดนใต้ อบรมทหาร-ตร.ป้องละเมิดสิทธิ

5.11.16 | 13:48 น.
นายธวัชชัยไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม

จากกรณีนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ถูกจุด สร้างเงื่อนไข ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิประชาชนในพื้นที่ อาจทำให้มีการตอบโต้ โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดละเมิดสิทธิและไม่เคยได้รับโทษ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจอย่างระมัดระวังและเป็นธรรม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายธวัชชัยไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมในฐานะเจ้าภาพกลุ่มภารกิจงานอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจและตระหนักในสิ่งเหล่านั้นดี จึงจัดให้มีการประชุมร่วมกันทั้งกลุ่มภารกิจงานอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน23หน่วย รวมถึงผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในปี 2559 และแผนการดำเนินงานในปี 2560 ของกลุ่มภารกิจฯ

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้รับข้อเสนอแนะการดำเนินงาน ด้วยการจัดระบบการเยียวยาให้เป็นธรรมทั้งระบบ ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน การเพิ่มศักยภาพและบูรณาการการเก็บพยานหลักฐานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พนักงานสอบสวน และศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอชต.) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานดำเนินการไปแล้ว รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานสอบสวนด้วยการเพิ่มอัตราที่มีประสบการณ์ลงไปอย่างเพียงพอ

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ขณะที่พนักงานอัยการจัดให้มีพนักงานอัยการที่มีประสบการณ์ลงไปทำหน้าที่ ส่วนศาลที่มีการดำเนินคดีความมั่นคงแยกออกมาดำเนินการมีผู้พิพากษาอาวุโสมีประสบการณ์ลงไปทำงานโดยมีรองอธิบดีผู้พิพาภษาภาคลงไปตรวจสำนวน ระยะเวลาการดำเนินคดีที่มีพยานหลักฐานพร้อมอยู่ระหว่าง 6 เดือนถึง 1 ปี พร้อมทั้งให้เพิ่มประสิทธิภาพฐานคดีความมั่นคงให้เป็นเอกภาพและมีฐานข้อมูลกลางไม่แยกส่วน ทั้งได้จัดให้มีการส่งเสริมการใช้บริการงานคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เช่น จัดตั้งศูนย์ประสานงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อบรมเจ้าหน้าที่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ลงพื้นที่หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองพยานดังกล่าวแล้ว

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับข้อห่วงกังวลด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ในปีที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการอบรมเจ้าหน้าที่ทหารในหน่วยเฉพาะกิจและตำรวจ 3,400 คน ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนและผลิตคู่มือสำหรับการปฏิบัติงาน ยังคงมีการดำเนินการต่อเนื่องในปีถัดไป โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำหลักสูตรในการอบรมเจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่ได้ตรงประเด็นต่อไป

Advertisement

นายธวัชขัย กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทั้งหมดกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้กำกับกลุ่มภารกิจงานอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจำเป็นต้องควบคุมให้ทุกหน่วยปฏิบัติอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในพื้นที่เป็นสำคัญและยินดีให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชาติเข้าร่วมทุกขั้นตอน