ชัชชาติ ลั่น นักท่องเที่ยวต้องมั่นใจ! จ่อยกระดับคุณภาพ ‘สตรีทฟู้ด’ นำร่องย่านสุขุมวิท-สีลม
เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 2 สิงหาคม ที่ห้องชั้น 31 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พร้อมด้วย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือ โครงการกรุงเทพอาหารริมทางอร่อยปลอดภัย (Bangkok Safety Street Food) เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานยกระดับ Bangkok Street Food กับผู้แทนสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบด้วย นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร, นายเจริญ แก้วสุกใส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย นายธรรศ ทังสมบัติ นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และคณะ
นายชัชชาติ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับคณะผู้แทนจากสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า สถาบันอาหารเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารปลอดภัย (Food safety) กับการพัฒนาคุณภาพอาหาร สอดคล้องกับนโยบายในการพัฒนาคุณภาพอาหารสตรีทฟู้ด (Street Food) รวมถึงร้านอาหารที่สำนักอนามัยดูแลด้วย ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีร้านอาหารมากกว่า 20,000 ร้าน สถาบันอาหารอยู่ตรงสะพานพระราม 8 มีความพร้อมทางด้านต่างๆ ทั้งสถานที่สำหรับการฝึกอบรม มีความรู้ มีห้องแล็บ
เบื้องต้น กทม.ได้หารือความร่วมมือกับสถาบันอาหารในการยกระดับคุณภาพอาหารสตรีทฟู้ด (หาบเร่แผงลอย) ให้มีความปลอดภัยก่อน เพราะเป็นจุดที่จะเร่งพัฒนาคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ตอนนี้อาหารสตรีทฟู้ดไม่ได้มาตรฐาน ต้องยอมรับความจริง รวมถึง กทม.ต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มเข้ามาท่องเที่ยวไทยมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ สถาบันอาหารมีสถานที่สำหรับจัดอบรม มีองค์ความรู้ มีห้องแล็บในการตรวจคุณภาพต่างๆ สอดคล้องกับ กทม.ที่ต้องการจัดมาตรฐานคุณภาพของอาหารสตรีทฟู้ด
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สำหรับสตรีทฟู้ด หาบเร่แผงลอย กรุงเทพมหานคร แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.หาบเร่แผงลอยตลาดชุมชน ที่อยู่มานานหลายสิบปี 2.ตลาดในเมืองสำหรับคนทำงานออฟฟิศต่าง และ 3.ตลาดนักท่องเที่ยว โดยช่วงแรกจะเน้นตลาดในเมืองและตลาดนักท่องเที่ยวก่อน อาจนำร่องยกระดับคุณภาพอาหาร 2 โซน คือ ย่านสุขุมวิท สีลม โดยสถาบันอาหารเป็นตัวช่วยปูพรมว่าทุกร้านมีมาตรฐานตามที่กำหนด คิดว่าจะเริ่มโครงการนำร่องได้เลย มีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน ได้มอบรองผู้ว่าฯ ทวิดา ดูเรื่องสาธารณสุขอนามัย รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ดูเรื่องชุมชน โดยเลือกพื้นที่นำร่อง 2-3 จุดเพื่อเป็นบทเรียน Sandbox ก่อนที่จะขยายไปจุดอื่นต่อไป

ด้าน นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สตรีทฟู้ดบ้านเรามีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นอันดับ 1 ของสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลก แต่มีการตั้งคำถามว่า สตรีทฟู้ดบ้านเรามีความสะอาดและมีความปลอดภัยหรือไม่ ในการรับประทาน ขณะเดียวกัน มีนักข่าวต่างประเทศซึ่งเขียนบทความว่า สตรีทฟู้ดในประเทศไทยกินได้ แต่ควรกินอาหารที่เห็นการปรุงจริงๆ ไม่ควรกินที่ทำไว้แล้ว เพราะจะเสี่ยงต่อการท้องเสีย ดังนั้นจึงไม่อยากให้เกิดแบบนี้ขึ้น อยากให้ทุกคนกินสตรีทฟู้ดด้วยความเชื่อมั่นว่าจะไม่ท้องเสีย และปลอดภัย ไม่ป่วยไข้ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว จึงได้หารือเพื่อความร่วมมือกันเพื่อทำเรื่องนี้ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านอาหารสตรีทฟู้ดให้กับประชาชน

ขณะที่ รศ.ดร.ทวิดา รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า เรื่องสาธารณสุขและความปลอดภัย จะพยายามให้ได้มาตรฐานในการประกอบอาหาร และกรุงเทพมหานครอยากได้รับความความช่วยเหลือและร่วมมือทั้งด้านวิชาการและด้านเทคนิค ที่จะทำตัวอย่างให้ประชาชนที่ประกอบอาหารในชุมชนหรือผู้ประกอบการรายย่อย สามารถสร้างความปลอดภัยของอาหารได้จากชุมชนเอง สามารถชูจุดเด่นที่เป็นอาหารของชุมชน ทำจากประชาชนโดยตรง เป็นอีกมุมที่สามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ทำให้กรุงเทพมหานครกลับมาเป็นพื้นที่ที่มีจุดเด่นด้านนี้ ในการต้อนรับคนที่จะเข้ามาในกรุงเทพฯ ด้วย
ขณะที่ นายศานนท์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานครมี “โครงการถนนคนเดิน” ที่สำนักงานเขตจัดอยู่ เรื่องมิติอาหารปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ผ่านมาเคยไปที่สถาบันอาหาร เป็นสถานที่ที่ดีและมีพิพิธภัณฑ์ด้วย จึงอยากช่วยกันเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์อาหารด้วย ก็จะมีโครงการต่อเนื่องไปว่าทำอย่างไรให้เด็กได้เรียนรู้ อาจพัฒนาทักษะด้านอาหารให้เด็กและเป็นพ่อครัวในอนาคตได้
ในช่วงท้าย นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสำคัญมาก ถ้ามีความร่วมมือที่เข้มแข็ง งาน กทม.ก็จะเดินหน้าได้อย่างดี
“เนื่องจากขณะนี้ผู้ค้าที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมีไม่มาก มีเกรด A B C ซึ่งที่ได้ A ยังมีน้อย ต้องพูดความจริง จึงได้หารือถึงความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจริงๆ เพราะมีข้อจำกัดหลายเรื่อง ร้านอาหารเองยังผ่านยาก คุณภาพเป็นเรื่องสำคัญ หากมีคุณภาพที่ดี มีแหล่งเงินทุนที่ดี มันส่งผลถึงการพัฒนา อาจไม่ต้องอยู่บนถนนตลอด สุดท้ายอาจหลุดจากถนนเข้าไปสู่ระบบร้านอาหารได้” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ในการพัฒนา “สตรีทฟู้ด” เป็นส่วนหนึ่งในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติด้วย แต่หัวใจหลักคือตลาดชุมชน กับตลาดคนทำงานออฟฟิศ ถือเป็นตลาดหลักต้องเริ่มทำ เมื่อเลิก Work From Home กลับมาทำงานปกติความต้องการอาหารสตรีทฟู้ดมากขึ้น โดยเฉพาะค่าครองชีพสูงขึ้น คนก็จะหาอาหารที่ถูกลง ส่วนเรื่องนักท่องเที่ยวเป็นประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่อาหาร ต้องดูเรื่องหาบเร่ขายของที่ระลึกด้วย เริ่มเห็นกลับมาขาย ได้สั่งการให้มีการดูแลเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย
นายชัชชาติ เน้นย้ำว่า จุดสำคัญคือแต่ละพื้นที่ต้องมีกรรมการเข้ามาดูแลกันเอง ไม่สามารถใช้มาตรฐานเดียวกันได้ทั้งหมด แต่มาตรฐานความสะอาดสามารถใช้อันเดียวกันได้ ส่วนการดูแลภาพลักษณ์ การบริหารจัดการ แต่ละชุมชนต้องช่วยดูแลเพราะสามารถทำให้เป็นระเบียบได้ หากพื้นที่ไหนทำไม่ได้อาจจะต้องยกเลิกทั้งพื้นที่ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ขณะเดียวกันถ้าเอกชนที่เข้มแข็งในพื้นที่เข้ามาช่วยได้ก็ดี ไม่ยากที่จะหาแนวร่วมมาช่วยดูแล ลักษณะรูปแบบจะเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ไป หาบเร่แผงลอยไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายมิติ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน



