เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่บริเวณท้องสนามหลวง ประชาชนทุกสารทิศต่างเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระโกศ โดยทยอยเดินทางเพื่อมารอเข้าไปยังพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เช้ามืด

นายยิ่งยศ สมบูรณ์วัฒนา พนักงานบริษัทวัย 29 ปี กล่าวว่า ออกเดินทางโดยแท็กซี่จากบ้านย่านห้วยขวางพร้อมคุณแม่ มาถึงสนามหลวงเวลา 4.40 น. ก็พบว่าคนเยอะแล้ว คิดว่าในวันอาทิตย์คนน่าจะมากกว่านี้อีก โดยครั้งนี้เป็นการเดินทางมาแสดงความอาลัยเป็นครั้งแรก ทราบอยู่แล้วว่าคนจะเยอะ แม้เข้าแถวตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายก็ไม่เป็นไร
“นานแค่ไหนก็จะรอ ยังไงก็ต้องเข้าไปสักการะให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ภูมิใจที่ได้เกิดมาในรัชกาลที่ 9 ไม่รู้ว่าเกิดมาอีก 10 ชาติจะได้มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ประชาชนเช่นในหลวงไหม
“โครงการพระราชดำริที่ประทับใจคือการสร้างสะพานพระราม 8 ตอนผมเรียนมัธยมเข้าใจว่าสะพานนี้เป็นโครงการก่อสร้างทั่วไปของรัฐบาล แต่เมื่อทราบว่าเป็นพระราชดำริให้ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรก็รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นพระราชดำริที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลทรงทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง” นายยิ่งยศกล่าว

นางปิยวรรณ ขันแก้ว ชาวมหาสารคามอายุ 56 ปี กล่าวว่าเดินทางมาพร้อมกับสามีที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 19 ต.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ออกเดินทางมาจากมหาสารคามโดยรถที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วง 2 ทุ่มเมื่อวาน(4พ.ย.) โดยมีประชาชนมาพร้อมกัน 600 คน จาก 2 อำเภอ มาถึงสนามหลวงได้เข้าแถวตั้งแต่ช่วงเช้าก็พบว่าคนเยอะแล้ว คาดว่าช่วงบ่ายๆน่าจะถึงคิวตนได้เข้าไปสักการะในพระบรมมหาราชวัง
“ภูมิใจที่ได้มาเป็นกลุ่มแรกของมหาสารคาม มีผู้ว่าฯ และนายอำเภอมาส่งขึ้นรถปล่อยขบวนมาพร้อมกัน 17 คัน อยากมาอยู่แล้ว คิดว่ายังไงก็ต้องมา เมื่อมีโอกาสจึงรีบเดินทางมาพร้อมรถที่ทางจังหวัดจัดให้และคิดว่าจะมาอีกหากมีโอกาส ได้มาเห็นบรรยากาศด้วยตาตัวเองก็ปราบปลื้มใจว่าคนไทยจากทุกสารทิศเดินทางมาเพื่อพ่อหลวง ได้เห็นการให้บริการประชาชนที่ดี มีอาหารน้ำดื่ม ทุกคนร่วมใจกัน มีจิตอาสามากมาย ห้องน้ำก็ดี ไม่เคยพบเคยเห็นบรรยากาศเช่นนี้มาก่อน
“อยู่บ้านทำนาก็ได้น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เรามีข้าวมีปลา มีน้ำ มีที่นาเป็นของตัวเองอยู่แล้ว พระองค์สอนให้เรามีภูมิคุ้มกัน สอนให้รู้จักประมาณตน คำสอนของพระองค์ท่านหากนำไปใช้จะได้ผลจริง 100 เปอร์เซ็นต์ ทำแล้วจะได้ดี เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง” นางปิยวรรณกล่าว

น.ส.วราภรณ์ พรมรินทร์ นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เดินทางมาเป็นจิตอาสาช่วยคัดแยกขยะบริเวณท้องสนามหลวงเป็นวันแรก กล่าวว่าเห็นข่าวในอินเตอร์เน็ตว่ามีการรับสมัครจิตอาสาช่วยงานที่สนามหลวง จึงเดินทางจากเชียงรายมาพร้อมเพื่อนๆ โดยมาติดต่อศูนย์อาสาสมัครที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทางศูนย์จะแบ่งกลุ่มแจ้งว่าต้องการคนมาทำงานนี้กี่คน จึงเลือกมาคัดแยกขยะ คิดว่าการคัดแยกขยะมีประโยชน์ ถ้าไม่มีการคัดแยกจะทำให้ขยะสูญเปล่า เช่นถังเขียวเป็นขยะสดสามารถนำไปทำอาหารหมูต่อได้ ถังเหลืองเป็นขยะรีไซเคิลนำไปขายได้ ก่อนการลงพื้นที่ปฏิบัติจริงก็จะมีการอบรมความรู้จากศูนย์อาสาสมัครก่อน รู้สึกดีที่มีคนมาช่วยกันเยอะ
“พระราชกรณียกิจที่จดจำได้ดีคือเรื่องฝนหลวง ท่านทรงพระปรีชาสามารถมาก ทำให้ฝนตก ชาวนาทำนาได้ เป็นนวัตกรรมที่โด่งดังไปถึงต่างประเทศ ช่วยเหลือคนได้มาก” น.ส.วราภรณ์กล่าว




