หน้าแรก ในประเทศ สถาบันวัคซีนฯ...

สถาบันวัคซีนฯ อัพเดต! ใน 6 เดือน ยังไม่มีวัคซีนโควิดเจนใหม่ แนะบูสต์โดสลดความรุนแรงBA.4/BA.5

4.08.22 | 17:50 น.

สถาบันวัคซีนฯ อัพเดต! ใน 6 เดือน ยังไม่มีวัคซีนโควิดเจนใหม่ แนะบูสต์โดสลดความรุนแรงโอมิครอน BA.4/BA.5

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยในการเสวนาวิชาการ ว่า จากการติดตามข้อมูลวัคซีนป้องกันโควิด-19 รุ่นใหม่ๆ ที่ตอบสนองต่อเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ส่วนใหญ่ยังเป็นการพัฒนาจากเชื้อโอมิครอน BA.1 ทั้งนี้ แม้แต่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ก็ระบุว่าหากจะมีการพัฒนา หรือใช้วัคซีนโอมิครอน ขอให้เพิ่มสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 เข้าไปด้วย
“แต่ยังไม่ทราบว่า ในอนาคตจะมีสายพันธุ์อะไรอีก เพราะต่อจากโอมิครอน ก็ยังมีสายพันธุ์อื่นๆ อีก จึงยังไม่มีจุดจบของตัวสายพันธุ์ใหม่ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีการพัฒนาวัคซีนต่อสายพันธุ์เดลต้าแล้ว ปรากฏว่ามีสายพันธุ์อื่นอีก ซึ่งเป็นไปได้ว่า เมื่อพัฒนาสายพันธุ์ BA.1 แล้ว แต่อาจไม่ได้ใช้ เพราะต้องมาเพิ่ม BA.4 และ BA.5 อีก ซึ่งนี่เป็นปัญหาของโควิด-19 ที่เราต้องวิ่งไล่ตาม แต่ในส่วนของประเทศไทย มีนักวิจัยที่พัฒนาวัคซีนของเรา ซึ่งมีเสนอขอพัฒนาสายพันธุ์โอมิครอน และสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ให้ทุนสนับสนุน ขณะนี้ทั้ง mRNA ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือในส่วนไบโอเทค ที่พัฒนาตัวไวรัล เวคเตอร์วัคซีน ก็มีการพัฒนาวัคซีนต้นแบบที่เป็นเชื้อโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ซึ่งไม่ทราบว่าจะทันเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ แต่เราต้องเตรียมไว้” นพ.นครกล่าว และว่า ขณะนี้สถาบันวัคซีนฯยังไม่ได้สั่งซื้อวัคซีนรุ่นใหม่ เพราะประเทศต้นทางยังไม่ได้อนุญาตให้ใช้ แต่ขอย้ำว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีอยู่ในมือ ณ ขณะนี้ใช้ได้จริง ไม่ต้องรอรุ่นใหม่ๆ

ด้าน พญ.สุเนตร ชื่นกิจมงคล รองผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนฯ กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีวัคซีนจำนวนมากที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ทั้งวัคซีนเชื้อตาย ไวรัลเวคเตอร์ (Viral Vector) วัคซีน mRNA และวัคซีนโปรตีนซับยูนิต หรือในชื่อ “โคโวแวกซ์” ส่วนวัคซีนที่มีการพัฒนาจากสายพันธุ์ใหม่ คือ โอมิครอน BA.1 พัฒนาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลพื้นฐานมาจากการวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม mRNA ส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาลูกผสม

“อย่างโมเดอร์นา และไฟเซอร์ ก็อยู่ระหว่างการพัฒนาเช่นกัน ตั้งแต่ตัวเดี่ยว จนถึง 2 ตัวผสมกัน โดยมีการเสนองานวิจัยเฟส 3 ให้กับ US FDA เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่โปรตีนซับยูนิตก็พัฒนาเช่นกัน ทั้งสไปท์ของ BA.1 และของอู่ฮั่น แต่ยังเป็นงานวิจัยเฟส 3 ทั้งสิ้น” พญ.สุเนตรกล่าว และว่า ขณะนี้วัคซีนรุ่นใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ด้วยความจำเป็นของการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) จากวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดการเสียชีวิตได้ แม้วัคซีนที่มีอยู่อาจไม่ดีที่สุดในการป้องกันเชื้อ BA.4 และ BA.5 แต่ก็ยังสามารถป้องกันได้ และทันเวลาที่เชื้อกำลังระบาดอยู่ ณ ขณะนี้
พญ.สุเนตรกล่าวว่า ในการผลิตวัคซีนแต่ละรุ่นนั้น เมื่องานวิจัยแล้วเสร็จ หากขึ้นทะเบียนได้ ต้องใช้เวลาในการผลิต และมีกระบวนการต่างๆ อาจไม่น้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งถึงวันนั้น สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 จะอยู่หรือไม่ หรือจะมีตัวใหม่ๆ อีก ดังนั้น วัคซีนเข็มกระตุ้นที่มีอยู่ยังช่วยได้ หากใครฉีดเข็มสุดท้ายห่างมาแล้วเกิน 4 เดือน ยิ่งมีโรคประจำตัว ขอให้ไปฉีดกระตุ้น เพราะวัคซีนเข็มกระตุ้นลดอัตราการป่วยรุนแรง และเสียชีวิตอย่างชัดเจน

Advertisement

ขณะที่ พญ.ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า วัคซีนเข็มที่ 3 จำเป็นต้องฉีด และใครฉีดเกิน 4 เดือนแล้ว ขอให้ไปฉีดเข็มกระตุ้น ที่สำคัญมาตรการทางสังคมต้องอย่าลืม ยังต้องปฏิบัติเช่นเดิม