เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัด กทม. และผู้แทนจากสำนักการระบายน้ำ แถลงข่าวการบริหารสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สาเหตุของน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ มาจากน้ำ 3 แหล่ง คือน้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน
รศ.ดร.วิศณุ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำท่วมในปัจจุบัน ใช้คันกั้นแนวพระราชดำริ ด้านกรุงเทพฯ ตะวันออก เพื่อป้องกันน้ำจากด้านเหนือและด้านตะวันออก ต่อมาแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาความยาว 88 กิโลเมตร เพื่อป้องกันน้ำหนุน อย่างไรก็ตาม ยังมีแนวฟันหลอประมาณ 3 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการปิดแนวฟันหลอแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2566 ต่อมาการเตรียมพร้อมสถานีสูบน้ำ
รศ.ดร.วิศณุ กล่าวว่า ส่วนการรับมือน้ำฝน มีข้อมูลตรวจสภาพอากาศจากเรดาร์พยากรณ์ 2 แห่ง ที่หนองจอก และหนองแขม พร้อมยอมรับว่า กทม.ยังไม่สามารถพยากรณ์ฝนล่วงหน้าได้ไม่แม่นยำ เป็นสิ่งที่ต้องเร่งปรับปรุง สำหรับการระบายน้ำจะให้ความสำคัญกับระบบเส้นเลือดฝอย เริ่มจากการระบายน้ำเข้าสู่คลองหลักให้เร็วที่สุด ดังนั้นต้องเร่งขุดลอกท่อระบายน้ำให้ดี เพื่อให้น้ำไหลสู่คลองย่อย คลองหลัก และไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ กทม.มีทางด่วนเร่งให้ระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้เร็วขึ้น เช่น คลองแสนแสบระบายน้ำจากตะวันออกไปตะวันตก คลองประเวศบุรีรมย์ระบายน้ำจากตะวันออกลงใต้ คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร ระบายน้ำลงคลองแสนแสบ
รศ.ดร.วิศณุ กล่าวว่า สำหรับอุโมงค์ระบายน้ำใน กทม.มี 4 แห่ง ความยาว 19.37 กิโลเมตร ได้แก่ อุโมงค์ประชาราษฎร์ สาย 2 อุโมงค์คลองบางซื่อ อุโมงค์คลองแสนแสบ และอุโมงค์บึงมักกะสัน ส่วนอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 4 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์คลองเปรมประชากร อุโมงค์คลองทวีวัฒนา อุโมงค์คลองแสนแสบส่วนต่อขยาย และอุโมงค์บึงหนองบอน คาดว่าจะมีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 152 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนสถานีสูบน้ำมี 190 แห่ง ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง และบ่อสูบน้ำ 316 แห่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วมขังใน กทม.
รศ.ดร.วิศณุ กล่าวว่า กทม.มีท่อระบายน้ำยาว 6,564 กิโลเมตร ตั้งเป้าลอกท่อไว้ที่ 4,630 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ 2,476 กิโลเมตร ส่วนการขุดลอกคลอง 1,980 คลอง ความยาว 2,745 กิโลเมตร ได้ดำเนินการลอกคลองเอาดินเลนออก 27 กิโลเมตร และจะทำทั้งหมดอีก 98 กิโลเมตรตามแผนของสำนักการระบายน้ำ 125 กิโลเมตร ภายในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่การลอกคลองเพื่อเปิดทางน้ำไหล ดำเนินการไปแล้วประมาณ 1,592 กิโลเมตร คิดเป็น 95% โดยมีเป้าหมายลอก 1,665 กิโลเมตร สำหรับการระบายน้ำในถนนสายหลัก จะมีเซ็นเซอร์รายงานน้ำท่วม แต่ในซอยย่อยจะไม่มี จึงต้องอาศัยข้อมูลจากการรายงานเหตุ จากสำนักงานเขต และจากประชาชนผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์
“สำหรับการบริหารจัดการน้ำท่วมในอนาคต มีการประสานกับกรมชลประทาน ในการตัดน้ำเหนือเพื่อระบายออกและลดปริมาณน้ำที่จะเข้ากรุงเทพฯ ต่อมาลดจุดเสี่ยงจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม ในจุดเสี่ยงเส้นทางหลัก 9 จุด ให้เหลือ 2 จุด และ จุดเฝ้าระวังจาก 48 จุดให้เหลือ 30 จุด ซึ่งในอนาคตมุ่งเน้น ลดจุดเสี่ยงระดับเส้นเลือดฝอย 126 จุด และจุดเฝ้าระวัง 95 จุด ผ่านการเร่งระบายน้ำจากตรอกซอกซอยลงสู่ดลอง ทำท่อลอดระบายน้ำ Pipe Jacking และ ก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. เพื่อให้คลองสามารถกักเก็บน้ำได้เต็มที่ รวมทั้ง ตรวจสอบและจัดหาเครื่องสูบน้ำ เคลื่อนที่ สามารถเคลื่อนย้ายไปบริเวณที่จำเป็น”
ต้องยอมรับว่าในระยะสั้นต้องใช้เครื่องสูบน้ำ แต่เครื่องสูบน้ำหลายที่มีการใช้งานมาหลายสิบปีแล้ว ต้องจัดหาเครื่องใหม่เข้ามาทดแทน ซึ่งในร่างงบประมาณปี 2566 เราให้ความสำคัญกับเรื่องเครื่องสูบน้ำและสถานีสูบน้ำ” รศ.ดร.วิศณุกล่าว
รศ.ดร.วิศณุ กล่าวต่อไปว่า จะมีการติดตั้งเซนเซอร์สูบน้ำ เพิ่มเติมที่บ่อสูบน้ำ ซึ่งบ่อสูบน้ำมีทั้งหมด 316 แห่ง ปัจจุบันติด SCADA ที่บ่อสูบน้ำแล้ว 9 แห่ง และในปี 2565 จะติดตั้งเพิ่มอีก 13 แห่ง ในปี 2566 อยู่ระหว่างดำเนินการของบประมาณติดตั้งเพิ่มอีก 50 แห่ง พร้อมแก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ โดยพื้นที่ลุ่มต่ำถนนลายหลักมีทั้งหมด 17 จุด บริเวณตรอก ซอกซอย 154 จุด ซึ่งมีการสำรวจถนนและประสานกับสำนักการโยธา ในการเสริมผิวจราจรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง
“ขอความร่วมมือประชาชน อย่าพึ่งวางถุงขยะขณะที่ฝนกำลังตก โดยเฉพาะบ้านที่ติดกับถนนใหญ่ เพราะเมื่อฝนตก น้ำสาดเข้ามา ถุงขยะอาจจะเปิด และขยะหล่นไปในท่อระบายน้ำได้ เป็นปัญหาการระบายน้ำในระบบเส้นเลือดฝอย” รศ.ดร.วิศณุกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่องทางประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนบริเวณฝนตก และให้ความ
ช่วยเหลือผ่านช่องทางต่าง ๆ Facebook: สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร Line: @bkk best โทร. 022485155 หรือ 1555 Twitter: ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร Website : dsdo.bangkok.go.th

