แม่นักร้องโวยยังไม่ได้รับเยียวยา เชื่อลูกไม่รู้ประตูทางออก ‘เมาน์เท่น บี’ ญาติทยอยรับศพเหยื่อที่นิติเวช

6.08.22 | 15:19 น.

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางเปรมใจ แซ่อึ้ง ติดต่อรับศพ นายฉัตรชัย ชื่นค้า ลูกชาย ซึ่งเป็นนักร้องในวันเกิดเหตุที่เมาน์เท่น บี เปิดเผยว่า หลังจากเห็นศพก็รู้ว่าเป็นลูก ตนนำเสื้อผ้า รองเท้าคู่ใหม่มาให้ลูกสวมใส่แทนชุดเก่าที่ถูกไฟไหม้ หากใส่ไม่ได้ก็จะไปใส่ในโลงศพแทน หลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับการประสานเยียวยาจากทางร้านแต่อย่างใด ต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ส่วนที่มีการยืนยันว่าสถานบันเทิงเปิดประตูให้นักดนตรีหลบหนีออกมาด้านหลังนั้น ขณะนี้นักดนตรีมีอาการโคม่าและเสียชีวิต นักดนตรีที่มาเล่นแทน 2 คน อาจไม่ทราบเรื่องประตู แต่นักดนตรีที่เล่นประจำต้องรู้ ส่วนตัวไม่ทราบลูกจะรู้เรื่องประตูหรือไม่ แต่คิดว่าไม่รู้ เพราะหากเกิดเหตุขึ้นมาก็น่าจะหนีตามกันออกมาได้ ส่วนใหญ่นักดนตรีรักกันไม่ทิ้งกัน


นางเปรมใจกล่าวอีกว่า จะรับศพลูกชายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโขดหิน อ.เมือง จ.ระยอง ปกติแล้วลูกอาศัยอยู่กับตน ก่อนหน้าอยากเป็นนักร้องแต่ตนไม่เห็นด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งลาออกจากงานไปตามความฝันและเดินสายร้องเพลงอยู่ใน จ.ระยอง แต่มักจะเป็นร้านลักษณะเปิดโล่ง ไม่ใช่ผับเช่นครั้งนี้ น่าจะเป็นครั้งแรกที่ลูกมาร้องเพลงที่ร้านดังกล่าวแทนเพื่อน ช่วงแรกนักร้องที่ลูกมาร้องเพลงแทนนั้นยังโพสต์ไม่เข้าหูว่าแทนแค่วันเดียวยังเดือดขนาดนี้ แต่ออกมาขอโทษแล้ว เพราะขณะนั้นนักร้องคนที่ให้มาแทนทราบแค่ว่าเกิดเพลิงไหม้แต่ไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิต เมื่อตนเห็นลูกรู้สึกจุก เสียใจ สงสาร แต่จดจำลูกได้จากรอยสักรวมถึงโครงร่าง แม้จะเปลี่ยนไปเยอะแต่ยังจำได้ อยากฝากถึงผู้ประกอบการว่าต่อไปคงต้องออกมารับผิดชอบ การชี้แจงของทางร้านยังไม่ทราบ แต่ส่วนตัวรู้สึกโมโหเรื่องประตูทางออก ส่วนเรื่องการชดใช้นั้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน น.ส.เบญจมาพร คล้ายแสง มารดานายวิริยะ แต่งสง่า ผู้เสียชีวิตอีกราย เปิดเผยว่า ล่าสุดคุยกับลูกช่วงเย็นเป็นปกติของทุกวันก่อนลูกจะไปทำงาน ต้องทานอาหารร่วมกัน ช่วงประมาณเที่ยงคืนแฟนลูกก็ยังติดต่อได้ และฝากให้ไปซื้อของ กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. ทราบว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้และยังหาลูกไม่เจอ มาพบว่าเสียชีวิตแล้วซึ่งตำแหน่งกัปตันร้านปกติจะอยู่บริเวณหน้าร้าน ขณะเกิดเหตุลูกออกมาด้านหน้าร้าน แต่ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้มีคนติดอยู่ด้านในจึงย้อนกลับไปช่วยลูกค้ารายอื่นและกลายเป็นว่าเสียชีวิตเอง ลูกทำงานที่ร้านมากว่า 2 เดือน เจ้าของเป็นญาติพี่น้องกับเจ้านายเก่าที่ลูกเคยร่วมงาน และงานกัปตันที่ทำเป็นอาชีพเสริมเพราะอาชีพหลักเป็นนักส่องพระ

น.ส.เบญจมาพรกล่าวอีกว่า นิสัยลูกเป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นเสาหลักของครอบครัว จากนี้รายได้ส่วนนี้ก็คงไม่มีแล้ว เบื้องต้นเจ้าของร้านติดต่อมาสอบถามและรับปากว่าจะเข้าช่วยเหลือ แต่ยังไม่ได้พูดคุยในส่วนรายละเอียดการเยียวยา สำหรับศพมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยเหลือนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดป่ายุบ จ.ชลบุรี

Advertisement