วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 ที่ห้องประชุม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จ.เชียราย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าคณะรั
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่าเป็นที่ทราบกันดีอยู่ แล้วว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาเพื่ อรักษาความสงบเรียบร้อยแต่ จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุ บัน ทำให้ต้องคิดกันว่าเราจะเดิ นทางไปแนวทางใด และเมื่อเราได้สูญเสียพระมหากษั ตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปก็ ทำให้คนไทยต่างเศร้าเสียใจ กระนั้นพระองค์ก็ได้ ทรงมอบแนวทางที่จะทำให้ พวกเราได้เดินตามเบื้องพระยุ คลบาทได้เป็นอย่างดี และการจะทำให้คนมุ่งไปสู่การพั ฒนาแบบ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ก็ต้องอาศัยการศึกษาซึ่งถือว่ ามีความสำคัญมาก
พล.อ.อ.ประจิน ได้ยกรูปแบบไทยแลนด์ 4.0 มาแสดงว่า 1.0 หมายถึงการเน้นเกษตรกรรมและหั ตถกรรมซึ่งอยู่ในกลุ่มคนมี รายได้น้อย 2.0 หมายถึงการเน้นอุตสาหกรรมเบา, ทดแทนการนำเข้าซึ่งอยู่ในกลุ่ มคนมีรายได้ปานกลาง และ 3.0 คือเน้นอุตสาหกรรมหนัก,ส่งออก, ลงทุน,นำเข้าเทคโนโลยีต่ างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยเราเข้ าถึงระดับ 3.0 มาได้ร่วม 20 ปีแล้วแต่มีบางกลุ่มเท่านั้นเข้ าถึงระดับ 3.0 ขณะที่ประชากรไทยกว่า 65 ล้านคน อาจมีคนที่เข้าถึระดับ 3.0 หรือส่วนบนสุดแค่ 20 ล้านคน ที่เหลือเป็นคนที่มีรายได้ ปานกลางและน้อยซึ่งเป็นส่ วนหางมีจจำนวนมากกว่าอย่างมาก ปัจจุบันรัฐบาลจึงเดินหน้าสร้ างประชารัฐเพื่อให้มีกลไกที่ ลดช่องว่างของรายได้หรือก้าวสู่ ไทยแลนด์ 4.0 ให้ได้ในอีก 20 ปีข้างหน้า
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลขับเคลื่ อนไทยแลนด์ 4.0 โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพี ยงซึ่งกว่า 25 ประเทศทั่วโลกนำไปใช้ เพื่อให้มีการใช้จ่ายอย่างมี เหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งต้องควบคู่ไปกับเรื่องคุ ณธรรมจริยธรรมด้วย เป้าหมายของเราคือทำให้ช่องว่ างรายได้ลดลงและมีการใช้ เทคโนโลยีในอนาคตอย่างเหมาะสมกั บประเทศและอนุรักษสิ่งแวดล้อม ซึ่งตนเห็นว่าการขับเคลื่อนเช่ นนี้ทาง มฟล.มีอยู่พร้อมสรรพอยู่แล้ วเพราะเป็นผู้นำทางการศึ กษาและเดินตามสมเด็จย่าในการปลู กป่าสร้างคน เพียงแต่หาวิธีการนำผลงานวิจั ยที่มีอยู่นำมาใช้ประโยชน์ และขยายการพัฒนาไปสู่ชุมชนให้ ได้
“เราอยู่ในช่วงที่ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีอยู่ ในระดับแค่ 2.2-2.5% ไม่มากนักและอาจจะขยับเป็น 3.5% แต่ผมเห็นว่าจีดีพีไม่ใช่ส่งบ่ งชี้ 100% ต่อเศรษฐกิจประเทศ อย่างเรามีเงิน 100 บาทและมีจีดีพีระดับ 3% ก็มีค่าจีดีพีเท่ากับ 3 บาท ถ้ามี 1,000 บาทก็มีจีดีพี 300 บาท เป็นต้น ซึ่งแต่ละประเทศเขามี ขนาดเศรษฐกิจไม่เท่ากันถ้ าบางประเทศมีจีดีพีโต 7% เราจะไปนำมาเปรียบเทียบกันไม่ ได้” พล.อ.อ.ประจิน กล่าวและว่าที่ผ่านมาเราใช้ งบประมาณเพื่อการศึกษาวิจัยแค่ 0.48-0.54% ของจีดีพี แต่เป้าหมายต่อไปถึงให้ถึง 1% เพื่อให้การศึกษาเป็นกลไกลผลั กดันการพั ฒนาประเทศโดยเฉพาะผลงานวิจัยที่ ต้องมีการนำมาใช้ประโยชน์
จากนั้น พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอธิบายถึงระบบโครงสร้างพื้ นฐานทั้งทางบก รถไฟ ทะเล ฯลฯ ทั้งในประเทศไทยและเชื่อมกั บประเทศจีน กลุ่มอาเซียน ทั้งระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และตะวันตก-ตะวันออก และในโครงสร้างดังกล่าวมี ภาคการศึกษา การศึกษาวิจัย นวัตกรรม ฯลฯ เป็นกลไกลต่อเนื่องสำคัญอยู่ด้ วย ซึ่งการศึกษาในปัจจุบันรัฐบาลก็ เปิดกว้างทั้งการศึกษาในระดับ การศึกษาทางเลือก ฯลฯ ด้วย สิ่งสำคัญคือที่มหาวิทยาลัยต้ องออกไปร่วมมือกับชุมชน สร้างการศึกษา ให้ทัศนคติที่ดี มีการร่วมมือกับหน่วยงานภาครั ฐและท้องถิ่น และยังได้แจ้งถึงยุทธศาสตร์ 20 ปีตั้งแต่ปี 2560-2579 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ งชาติฉบับที่ 12 สู่ไทยแลนด์ 4.0 ว่าเป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยื นคือพัฒนาคน เทคโนโลยีและความรู้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาคการศึกษามี ความจำเป็นอย่างยิ่ง
ด้าน รศ.ดร.วันชัย กล่าวว่าในการวางรากฐานการก่อตั้ ง มฟล.ตั้งแต่ต้นก็มีเป้ าหมายในการพัฒนาเช่นเดียวกั นและจากการปาฐกถาของรองนายกรั ฐมนตรีในครั้งนี้ทำให้ทราบว่ามี เป้าหมายตรงกันและสอดคล้องกั นพอดี รวมทั้งทำให้ทราบว่าเป็นผู้ที่ ปฏิบัติจริงแล้วนำสิ่งที่ปฏิบั ติมาพูดทำให้มีแนวทางขับเคลื่ อนเป็นรูปธรรม ขณะที่ในอดีตมีหลายคนที่พูดบ้ างทำบ้างหรือบางคนพูดมากแต่กลั บไม่เคยปฏิบัติตามที่พูดเลย ดังนั้น มฟล.พร้อมจะก้าวเดินไปกับรั ฐบาลเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายดั งกล่าวต่อไป

