ดาราสาวแคลงใจเพื่อนคบมา 10 ปีไม่ยอมเป็นพยาน สงสัยรู้เห็น รับรู้สึกแย่ กรณีสารวัตรลวนลาม ขอให้ตำรวจละอายออกมายอมรับผิด
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่สำนักงานษิทรา ลอว์เฟิร์ม ถนนสาทรใต้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วย น.ส.ใจบัว ฮิดดิ้ง ดารานักแสดงช่อง 7 เอชดี แถลงเปิดใจกรณีถูกสารวัตร สน.บางพลัด ลวนลามหลังมีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาอนาจารที่ สน.คันนายาว เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
นายษิทรากล่าวว่า ได้พาดาราสาวไปแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนในจ้อหาอนาจารต่อหน้าธารกำนัลเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องความคืบหน้าของคคีนั้นทาง พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว แจ้งว่า ทางตำรวจนายดังกล่าวไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกับพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว แต่ยังให้การปฏิเสธอยู่ และมีพยานเข้าให้ปากคำอีก 2 ปาก ส่วนเพื่อนของดาราสาวนั้นยังไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าพบพนักงานสอบสวน ส่วนการเอาผิดเรื่องของวินัยนายตำรวจคนดังกล่าว ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (บก.น.7) อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าจะผิดร้ายแรงถึงขั้นใด โดยหลังจากเป็นข่าว ทางผู้ใหญ่ของวงการตำรวจโทรมาสอบถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ซึ่งทางผู้บังคับบัญชายืนยันจะดำเนินการให้ถึงที่สุดในทุกมิติ สำหรับนายตำรวจ สน.บางพลัดรายนี้ ก่อนหน้านี้เคยเป็นตำรวจที่ สน.ทองหล่อ แต่ไม่ทราบว่าเคยมีประวัติก่อเหตุลักษณะนี้กับใครมาก่อนหรือไม่
ขณะที่ น.ส.ใจบัวกล่าวว่า วันเกิดเหตุช่วงเวลา 01.00-02.00 น. เพื่อนชายซึ่งเป็นคนรู้จักกับตำรวจนายดังกล่าวได้ชวนไปงานวันเกิดรุ่นพี่ โดยไปกันทั้งหมด 5 คน แต่ตนตั้งใจว่าจะไปทานข้าวต่อ จึงขอนั่งติดรถเพื่อนไปด้วย จู่ๆ เพื่อนกลับเปลี่ยนไปบ้านรุ่นพี่คนหนึ่งที่บ้านหลังเกิดเหตุ เมื่อไปถึงได้เจอกับเจ้าของบ้านและนายตำรวจคนดังกล่าวสวมเสื้อสีเทา จากนั้นก็กินดื่มกันสังสรรค์และพูดคุยกันเล็กน้อย สักพักตนจึงขอกลับบ้าน แต่เพื่อนที่รู้จักกันมาเป็น 10 ปีได้บอกให้ตนกลับพร้อมกันและให้ไปนอนพักรอที่โซฟาก่อน ซึ่งตนคิดว่าดึกมากแล้วประกอบกับง่วงนอนมาก กระทั่งตื่นมาช่วงเวลา 09.00 น. รู้สึกว่ามีคนนอนอยู่ข้างๆ และใช้มือมาจับที่หน้าอก จึงได้สะบัดตัวออกห่าง จากนั้นนายตำรวจดังกล่าวก็ลุกลี้ลุกลนออกไปนั่งโต๊ะกินข้าวตามปกติ ตนจึงทำอะไรไม่ถูก เมื่อหันมองไปก็ไม่มีเพื่อนอยู่แล้ว ก่อนจะแชตบอกเพื่อนว่าตำรวจนายดังกล่าวเข้ามาลวนลามตน แต่เพื่อนก็คงกลัวบอกเพียงให้ตนตะโกนว่าไปส่งหน่อยได้หรือไม่ นาทีนั้นคิดแค่ว่าต้องออกไปจากตรงนี้ให้ได้ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะรู้ว่ามีตำรวจอยู่ คิดว่าไม่มีใครจะทำอะไรเราได้ ที่ตนออกมาพูดเพราะสภาพจิตใจเริ่มดีขึ้นแล้วและไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อแบบนี้อีก
น.ส.ใจบัวกล่าวอีกว่า ตนรู้สึกแย่กับเหตุการณ์นี้และโทษตนเองมาตลอดว่าดูแลตัวเองไม่ดี และไว้ใจเพื่อนมากเกินไป ซึ่งไม่คิดว่าคนที่กระทำจะเป็นตำรวจอีกด้วย หลังเกิดเหตุตนโทรเล่าเหตุการณ์นี้ให้เพื่อนฟังจากนั้นก็ไม่ติดต่อกันอีก และเพื่อนก็ไม่มาเป็นพยานให้ จึงทำให้เริ่มสงสัยในตัวเพื่อน ซึ่งทางคุณแม่ก็ถามว่าทำไมเพื่อนถึงกลับไปก่อนและทิ้งตนไว้แบบนี้ ส่วนความสัมพันธ์คงจบแล้ว ซึ่งสิ่งที่ตนทำนั้นคิดว่าถูกแล้วส่วนเรื่องกฎหมายหรือวินัยตำรวจตนอาจจะไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่คาดหวังคืออยากให้ตำรวจนายดังกล่าวยอมรับผิด ที่ตนออกมาพูดมีแต่ตนเสียหาย จากการมีข่าวว่าถูกกระทำอนาจาร ซึ่งไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต ตนถือว่าให้โอกาสมาขอโทษแล้ว ซึ่งพ่อตนเป็นชาวต่างชาติพูดกับตนว่าทำไมตำรวจมาทำแบบนี้ ตนนั้นทำถูกแล้วไม่ต้องอาย ตำรวจต่างหากที่ต้องอายที่ทำแบบนี้ อยากให้ตำรวจนายดังกล่าวออกมายอมรับผิด


