เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภมร เทพสุวรรณ์ ชาว จ.สุราษฎร์ธานี วัย 41 ปี อาชีพช่างกลโรงงาน และรับซ่อมเครื่องจักรกล พร้อมด้วย นายอำนาจ เจริญเวช วัย 45 ปี อาชีพค้าขาย ชาวสุราษฎร์ธานีเช่นกัน ได้ร่วมกันปั่นจักรยาน โดยนายภมรปั่นจักรยานที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ขณะที่นายอำนาจปั่นจักรยานเสือหมอบ จาก จ.สุราษฎร์ธานี มาถึงยังท้องสนามหลวง เมื่อช่วงเวลา 14.30 น. เพื่อมาร่วมถวายความอาลัย และกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระบรมมหาราชวัง
นายภมร เปิดเผยว่า ได้เริ่มปั่นจักรยานจาก อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 09.09 น. และมาถึงยังสนามหลวงวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 14.30 น. โดยใช้เวลากว่า 7 วัน รวมระยะทางแล้วกว่า 700 กม. และมีเพื่อนปั่นร่วมทาง 1 คน พร้อมด้วยทีมกู้ภัยจากเวียงสระอีก 2 คน คอยดูแลระหว่างทาง ซึ่งระหว่างทางก็ได้เปิดรับบริจาคเงินร่วมสมทบทุน รพ.ศิริราช เพื่อเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงของชาวไทย โดยไม่หักค่าใช้จ่ายอีกด้วย
นายภมรกล่าวอีกว่า ตัวเองมีความตั้งใจปั่นเพื่อถวายพ่อหลวง ซึ่งแนวคิดครั้งแรกมาจากกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ” หรือ “Bike for Dad” ทำให้ตัวเองต้องการตามรอยพ่อในแนวทางเรื่องความเพียร และอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า ความเพียรมีอยู่จริง จึงได้เริ่มปั่นมาในครั้งนี้ นอกจากนี้ ส่วนตัวมีความสามารถด้านการประดิษฐ์อยู่แล้ว จึงได้ประดิษฐ์จักรยานแปลกๆ ที่ปั่นมาวันนี้ โดยได้อธิษฐานว่าถ้าจักรยานคันนี้มีชีวิตขึ้นมาจะปั่นมาถวายพระองค์ท่านเพื่อเป็นของขวัญเล็กน้อย แต่ยิ่งใหญ่กับตัวเองตลอดทั้งชีวิต และตอนนี้ก็ทำสำเร็จแล้ว จึงรู้สึกตื่นตันใจที่ได้ปั่นถวายพ่อหลวง และจะมอบจักรยานถวายแด่สำนักพระราชวังเพื่อถวายแด่พระองค์ท่านในลำดับต่อไป
ขณะที่นายอำนาจกล่าวว่า ความรู้สึกในการปั่นเพื่อพ่อหลวงครั้งนี้บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่รู้สึกประทับใจที่ได้เดินทางมาถวายความอาลัย โดยส่วนตัวไม่รู้สึกเหนื่อยในการเดินทางด้วยการปั่นจักรยาน แม้ว่าการปั่นจักรยานเสือหมอบนานๆ จะทำให้มีอาการปวดหลังก็ตาม

