“พระราชา” อาหารและโภชนาการ

6.11.16 | 17:36 น.

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “กษัตริย์เกษตร” นั้น สะท้อนว่าพระองค์ได้ทรงงานด้านการเกษตร ผ่านโครงการพระราชดำริมากมายมหาศาลมายาวนานตลอด 70 ปี พระอัจริยภาพของพระองค์ คือ การพัฒนาการเกษตร เป็นการสร้างแหล่งอาหารให้พสกนิกรของพระองค์ จนส่งผลให้ประเทศไทยเกิดความมั่นคงทางอาหาร ขจัดสิ้นซึ่งความอดอยากหิวโหย นำไปสู่การทำให้คนไทยมีภาวะโภชนาการและสุขภาพที่ดีขึ้น

พระองค์ทรงเป็นผู้นำในการส่งเสริมการวิจัยเพื่อพัฒนาข้าวไทย ส่งเสริมให้เกษตรกรในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่สูงปลูกข้าว และทรงชี้แนะแก้ปัญหาการปลูกข้าว และที่สำคัญปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีความเกี่ยวโยงกับการวางแผนการปลูกข้าวของเกษตรกรไทย และทรงเป็นผู้นำในการรณรงค์ให้คนไทยกินข้าวกล้อง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ทำให้คนไทยมีข้าวอันเป็นอาหารหลักที่ให้คาร์โบไฮเดรตอย่างเพียงพอ จนเหลือขายแบ่งปันให้มวลมนุษยชาติทั่วโลก กลายเป็นพืชเศรษฐกิจทำรายได้ให้ประเทศ

ผลงานด้านข้าวของพระองค์ ทำให้ทั่วโลกยอมรับในพระอัจฉริยภาพ จนสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองเทิดพระเกียรติ International Rice Award เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2539 นับเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวที่สถาบันแห่งนี้ได้ให้เกียรติแด่บุคคลที่ส่งเสริมการพัฒนาข้าว

พระองค์ทรงเป็นผู้นำเพิ่มแหล่งโปรตีนจากปลาให้กับคนไทย ในปี 2494 ทรงนำปลาหมอเทศจากปีนังไปทดลองเลี้ยง ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว แล้วพระราชทานให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านไปเลี้ยงจนแพร่พันธุ์ทั่วประเทศ ต่อมาปี 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ได้ทูลเกล้าฯ ถวายลูกพันธุ์ปลาตระกูลเดียวกับปลาหมอเทศ แต่ตัวใหญ่กว่า ทรงนำมาเลี้ยงไว้ที่วังสวนจิตรลดา และขยายพันธุ์ไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้พระราชทานนามว่า “ปลานิล” ผลจากการทรงงานนี้ ก่อให้เกิดแหล่งโปรตีนสำหรับคนไทย ที่มีคุณภาพราคาถูก เข้าถึงง่าย แก้ไขปัญหาโรคขาดสารโปรตีนได้

ทรงเป็นผู้นำในการเพิ่มแหล่งแคลเซียมให้กับคนไทย หลังเสด็จฯเยือนฟาร์มโคนม ประเทศเดนมาร์ก ได้มีการจัดตั้งฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก และทรงทดลองเลี้ยงโคนมในตำหนักสวนจิตรลดา ให้เป็นรูปแบบแก่เกษตรกร จนเกิดการเลี้ยงแพร่ขยายทั่วประเทศ ได้พระราชทานเงิน 1 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จนทำให้คนไทย โดยเฉพาะเด็กเข้าถึงนมได้ง่ายขึ้น ได้รับแคลเซียมมากขึ้น ส่งผลให้เด็กไทยรุ่นใหม่เติบโตสูงใหญ่สมวัยมากขึ้น

Advertisement

ทรงเป็นผู้นำในการวินิจฉัยปัญหาและสาเหตุโรคขาดสารไอโอดีน ตลอดจนทรงชี้แนะแนวทางการแก้ไขปัญหา ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจให้คนไทยเกิดพลังร่วมกันรณรงค์โรคขาดสารไอโอดีน เช่น เมื่อปี 2539 ได้พระราชทานเกลือเสริมไอโอดีน กระจายให้ทุกครัวเรือนในแผ่นดินไทย นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยเริ่มหันมาใส่ใจใช้เกลือเสริมไอโอดีนที่ครอบคลุมมากขึ้น จนทำให้ภาวะขาดสารไอโอดีนลดลงจนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุขอีกต่อไป

ผลงานดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก จนสภาควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนนานาชาติได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทอง ICCIDD นับเป็นกษัตริย์พระองค์แรกและเป็นบุคคลเดียวในโลกที่ได้รับรางวัลนี้

การทรงงานด้านอาหารและโภชนาการอย่างหนักตลอด 70 ปีของพระองค์ ทำให้องค์กรระหว่างประเทศทั่วโลก ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลด้านอาหารและโภชนาการ อาทิ สหประชาชาติได้ประกาศยกย่องให้เป็น “กษัตริย์นักพัฒนา” และถวายเหรียญ Dr.Norman E. Borlaug ที่ทรงเป็นบุคคลสำคัญระดับสูงสุดในระดับนานาชาติ ทรงทำคุณประโยชน์ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความอดอยากให้แก่มวลมนุษยชาติ

พระราชกรณียกิจด้านอาหารและโภชนาการแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยังผลให้แผ่นดินไทยกลับคืนสู่แผ่นดิน “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว”

อีกครั้งหนึ่ง พวกเราปวงชนชาวไทย ขอปฏิญาณตน จะขอสืบสานเดินตามรอยพระยุคลบาทตลอดไป