พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เผยความคืบหน้าเหตุกลุ่มวัยรุ่น 2 แก๊งใช้อาวุธปืนยิงกันระดมตรวจค้น 10 จุดจับเพิ่ม 7 คน
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3,พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช. ก. และ พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี
แถลงความคืบหน้าจากกรณี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 23.40 น. เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันเป็นเหตุให้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดหน้าสถานบันเทิงร้านพญายอต่อเนื่องร้านเอกมัย 487 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานีซึ่งถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์และประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
โดยวันนี้ 11 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 10 จุด โดยผลการระดมตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คนซึ่งจากการบูรณาการกำลังเพื่อทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดและอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ มาดำเนินคดี ซึ่งล่าสุดมีผลการดำเนินการสามารถพิสูจน์ทราบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้ทั้งหมดรวม 16 ราย มอบตัว 1 ราย ออกหมายจับผู้ต้องหา รวม 13 ราย จับกุมได้ 10 ราย ,อยู่ระหว่างหลบหนี 3 ราย ,มอบตัว 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย แบ่งเป็นร้านพญายอ(แก๊งค์ขามใหญ่) จำนวน 6 ราย ,จับกุมแล้ว 4 ราย ,หลบหนี 2 ราย และร้านเอกมัย 487 (แก๊งค์หาดวัดใต้)จับกุมตัวแล้ว 6 ราย ,หลบหนี 1 ราย เสียชีวิต 2 ราย แก๊งค์ขามใหญ่ (ร้านพญายอ) เสียชีวิต 1 ราย แก๊งค์หาดวัดใต้ (ร้านเอกมัย 487) เสียชีวิต 1 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนในคดี เป็นอาวุธปืนยาว จำนวน 2 กระบอก (ปืนอาก้า 1 กระบอก , ปืนลูกซอง 1 กระบอก) อาวุธปืนสั้น จำนวน 10 กระบอก
พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่าการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งสองฝ่าย เป็นเหตุสะทือนขวัญและประชาชนให้ความสนใจ หลังเกิดเหตุมีการบูรณาการร่วมกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่วันแรก โดยร่วมทำการสืบสวน สอบสวน จนสามารถนำคัวผู้กระทำความผิดมาได้
จากการตรวจสอบทั้งรวบรมพยานหลักฐานและพยานบุคคล และการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นที่บริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงจากกล้องโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายของพลเมืองดี พบผู้ที่ร่วมก่อเหตุ ปรากฏข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่สามารถ รวบรวมพยานหลักฐานและระบุตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในการก่อเหตุทั้ง 2 ฝ่ายได้ ส่วนห้องที่เกิดเหตุในร้านพญายอเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 รายเป็นห้องที่อยู่ด้านในร้านพญายอ ไม่พบกล้องวงจรปิดแต่ก็มีพยานให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ก็พบหลักฐานเพียงพอที่จะจับผู้ที่ร่วมก่อเหตุได้ทั้ง 2 ฝ่าย
ซึ่งล่าสุดมีผลการดำเนินการสามารถพิสูจน์ทราบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้ทั้งหมด 16 ราย มอบตัว 1 ราย ออกหมายจับผู้ต้องหา รวม 13 ราย จับกุมได้ 10 ราย ,อยู่ระหว่างหลบหนี 3 ราย ,มอบตัว 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย แบ่งเป็นร้านพญายอ(แก๊งค์ขามใหญ่) จำนวน 6 ราย ,จับกุมแล้ว 4 ราย ,หลบหนี 2 ราย และร้านเอกมัย 487 (แก๊งค์หาดวัดใต้)จับกุมตัวแล้ว 6 ราย ,หลบหนี 1 ราย เสียชีวิต 2 ราย แก๊งค์ขามใหญ่ (ร้านพญายอ) เสียชีวิต 1 ราย แก๊งค์หาดวัดใต้ (ร้านเอกมัย 487) เสียชีวิต 1 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนในคดี เป็นอาวุธปืนยาว จำนวน 2 กระบอก (ปืนอาก้า 1 กระบอก , ปืนลูกซอง 1 กระบอก) อาวุธปืนสั้น จำนวน 10 กระบอก
พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดปืนอาก้าได้แล้ว โดยได้ทำการค้นบ้านแต่ยังจับตัวไม่ได้ อยู่ระหว่างการหลบ ในส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นอยู่เบื้องหลังนั้น แนวทางการสอบสวนก็อาจจะมีความเป็นไปได้นักการเมืองท้องถิ่นและข้าราชการในพื้นที่ แต่เรายังไม่มีหลักฐานในตอนนี้ ว่าเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่ตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นขั้นตอนที่ต้องตรวจสอบในลำดับต่อไป ช่วงนี้ก็จะทำเรื่องในการดำเนินคดีก่อน
พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า มือปืนที่ลั่นไกยิงนายโชคทวัตร (เป็ด) พันธ์กว้าง(หัวหน้าแก๊งขามใหญ่) นั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมแล้ว ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องก็ให้การรับสารภาพ แต่การรับสารภาพแล้วเราต้องมาดูหลักฐานประกอบในเรื่องนิติวิทยาศาสตร์คดี ในเรื่องคำให้การของพยานห้องที่เกิดเหตุ เท่าที่สอบปากคำพยานบางปากไม่ให้ความร่วมมือ ต่างฝ่ายพยายามไม่รู้ไม่เห็น แต่ต้องใช้กฎหมายทางนิติวิชาประกอบ หลักฐานกล้องวงจรปิดและใช้พยานเพิ่มเข้าไป
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบให้ประชาชนในพื้นที่มีความวิตกกังกลต่อการใช้ชีวิตโดยปกติสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดทั้งสองฝ่ายตามพยานหลักฐานอย่างเคร่งครัด


