“อนุทิน” คาราวะ ขรก.เกษียณ ขอบคุณทุกแรงทุ่มเทกู้วิกฤตตลอด 3 ปี เปิดตัว “หมอโอภาส” ว่าที่ปลัด สธ.ใหม่ มั่นใจพาระบบสุขภาพไทยก้าวหน้า ปลื้มสุดในชีวิต ตั้ง “หมอเกียรติภูมิ” ไม่ผิดถูกที่ ถูกเวลา
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ จ.พิษณุโลก ได้มีการจัดการประชุมวิชาการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โดยในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ยังได้มีการจัดงานมุฑิตาจิตให้กับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2565 ด้วย
ทั้งนี้ ในงานดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้กล่าวแสดงมุทิตาจิตตอนหนึ่งว่า มีโอกาสพบกับทุกคนบ่อยครั้งตามโรงพยาบาล (รพ.) ต่างๆ ท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีความรักใคร่สนิทสนม จึงรู้สึกใจหายที่หลายคนต้องเกษียณอายุราชการแล้ว ตนขอคาราวะทุกคนในที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี ตอบสนองการทำงานของ สธ.เป็นอย่างดี ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมากว่า 3 ปี ทุกคนทำงานอย่างสมศักดิ์ศรีของการเป็นบุคลาการสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม ตนขอทุกคนอย่าทิ้ง สธ. เพราะ สธ.ยังต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนตราบนานเท่านาน เป็นหน่วยงานที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นว่าจะดูแลสุขภาพของประชาชนได้ ยิ่งผ่านโควิด-19 ยิ่งมีความเข้มแข็งมากขึ้น

ในโอกาสนี้ นายอนุทินได้แนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค โดยระบุว่า ว่าที่ปลัด สธ.ต่อจาก นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ที่จะเกษียณอายุราชการ
ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า มั่นใจว่า นพ.โอภาสจะนำพา สธ.ไปสู่ความก้าวหน้า ความมีประสิทธิภาพ และทำให้ทุกคนใน สธ.มีขวัญกำลังใจ มีการทำงานที่ดีต่อไปอีก 3 ปี “ค่อยมามุทิตาจิตให้ท่าน ผมขอบคุณ นพ.เกียรติภูมิ ขอยืนยันว่าตลอดเวลา 2 ปี ที่ได้ทำงานร่วมกับปลัด สธ.ท่านนี้ ในชีวิตผมทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่กี่ครั้ง การเลือกนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต เป็นปลัด สธ. คือสิ่งที่ผมภาคภูมิใจว่าได้เลือกบุคลากรที่เหมาะสม ถูกแก่กาลเวลา ถูกสถานการณ์ ทำให้เราสามารถแก้ไข ปัญหาด้านการสาธารณสุขได้อย่างดี เป็นที่ชื่นชมของคนในกระทรวงและต่างประเทศ ขอให้ทุกคนภูมิใจ ท่านทุ่มเทเต็มที่ การทุ่มเทของท่านก็ทำให้บุคลากร และระบบสุขภาพทุ่มเทไปกับท่านด้วย สู้กันมานาน สู้กันอย่างมาก ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นพ.โอภาส จะเป็นคนที่ 2 ที่ผมจะได้มีโอกาสได้บอกกับตัวเองว่าได้ทำสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์กับกระทรวง กับบ้านเมือง ในการเลือกบุคลากรที่มีความสามารถมาทำงาน ค้ำจุนระบบสุขภาพ ค้ำจุนสุขภาพคนไทยไม่มีวันสิ้นสุด” นายอนุทิน กล่าว

