ลูกสาวไม่ยอม เอาผิด ตร.ทางหลวง-กู้ภัย ปมทิ้งร่างพ่อ ในรถครึ่งวัน
จากกรณีตำรวจทางหลวงรับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งชนแบริเออร์ข้างถนนมอเตอร์เวย์ กม.ที่ 105 ขาเข้าพัทยา ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยแหลมฉบัง ซึ่งเบื้องต้นไม่พบคนขับขี่ จึงนำรถไปยังที่เก็บรถของกลางนานกว่า 12 ชั่วโมง ก่อนภายหลังจะพบศพนายภัทรชัย อรรถพร อายุ 68 ปี ผู้ขับขี่
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 สิงหาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ พา น.ส.จิตรชญา อรรถพร ลูกสาวผู้ตายวัย 30 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.กิตติธัช เทียนแก้ว รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับตำรวจทางหลวงที่รับแจ้งเหตุและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กระทำการประมาทเลินเล่อ ไม่ตรวจสอบผู้บาดเจ็บให้ถี่ถ้วนจนอาจเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่รถเสียชีวิตได้

นายรณณรงค์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่อยากให้ตำรวจชลบุรีทำคดี เพราะหากนายภัทรชัย ยังไม่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จะไปขยับรถได้อย่างไร เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความประมาทเลินเล่อ ขณะที่ผลชันสูตรบอกสาเหตุการตาย แต่ตอบไม่ได้ว่าเสียชีวิตก่อนหรือหลังประสบอุบัติเหตุ และแพทย์ไม่ได้ยืนยันถึงสาเหตุการเสียชีวิตตามที่ตำรวจระบุว่า เป็นการเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุจริงหรือไม่
เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ตำรวจต้องไปหาวิธีตรวจสอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย ติดต่อมาว่าจะรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพงานศพเท่านั้น วันนี้จึงมาแจ้งความกับตำรวจทางหลวงและกู้ภัย ในข้อหากระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เพราะเหตุเกิดจากความมักง่าย จะต้องถูกดำเนินคดี ขณะที่กระทรวงคมนาคม ในฐานะหน่วยงายต้นสังกัดของกรมทางหลวงก็ต้องรับผิดชอบด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าคดีนี้ ยังไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา ม.157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานรัฐ ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ขณะที่ น.ส.จิตรชญา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดติดต่อเข้ามาแสดงความรับผิดชอบถึงเรื่องนี้ เพียงแต่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานศพและขอแสดงความเสียใจเท่านั้น รู้สึกติดใจที่เหตุใดที่หาพ่อตนเองไม่พบตั้งแต่ในที่เกิดเหตุ ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ค้นหาให้ถี่ถ้วน และตำรวจระบุ คาดว่าจะเสียชีวิตคาที่ แต่พอดูสภาพศพก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นตามนั้นจริงหรือไม่ อยากให้กรณีนี้เป็นคดีตัวอย่างว่า ให้เจ้าหน้าที่ค้นหาคนเจ็บอย่างละเอียด ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้อีก หากพ่อไม่เสียชีวิตในตอนนั้น คงต้องทรมานมากทั้งจากความร้อนและหายใจไม่ออก และต้องการให้มีผู้ที่รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายพร้อมพิจารณาประกอบพยานหลักฐานก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ตร.ทางหลวงเสียใจ แจงตรวจครั้งแรกไม่พบร่างในเก๋งคว่ำมอเตอร์เวย์ กลับมาอีกครั้งเจอใต้พวงมาลัยรถ
- กรมทางหลวง แจงเหตุพบศพในซากรถเกิดอุบัติเหตุ บนมอเตอร์เวย์สาย 7 พร้อมตั้งทีมตรวจสอบข้อเท็จจริง

