ทลายเครือข่ายโกงประกันโควิด ใช้ผลตรวจปลอมขอรับค่าสินไหม จับ 14 ผู้ต้องหา สูญ 53 ล้านบาท

16.08.22 | 12:39 น.

ปอศ.ร่วม คปภ. ทลายเครือข่ายโกงประกันโควิด ใช้ผลตรวจปลอมขอรับค่าสินไหม จับ 14 ผู้ต้องหา เสียหาย 53 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ  (บก.ปอศ.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วยนายชัยยุทธ มังศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ และ พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์ รอง ผบก.ปอศ. ร่วมแถลงจับกุมผู้ต้องหานำผลตรวจโรคโควิด-19 ปลอม มายื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย 11 ราย และตัวแทนบริษัทประกันชีวิตหลอกลวงเก็บเบี้ยประกันไว้ไม่นำเงินส่งบริษัท โดยที่ผู้เอาประกันภัยไม่ทราบเรื่อง 3 ราย

พล.ต.ท.จิรภพเปิดเผยว่า ช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปี 2562 ทางตำรวจ บก.ปอศ. และ คปภ. ได้ร่วมกันตรวจสอบพบกลุ่มคนที่ทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยในประเทศไทย ฉวยโอกาสใช้ช่องว่างของขั้นตอนการรับเงินประกัน นำผลตรวจโรคโควิด-19 ปลอม มายื่นเพื่อขอรับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย 21 ราย ได้เงินไปรายละ 5 หมื่นบาท ซึ่งทาง บก.ปอศ. ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ต้องหาแล้ว 11 ราย ในข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารปลอม และเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์โดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง” และกำลังขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ และอาจขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องที่เป็นคนในคอยทำหน้าที่ติดต่อชักชวนผู้ต้องหากระทำความผิด เพราะทราบว่าได้ส่วนแบ่งไปรายละ 2 หมื่นบาท

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ บก.ปอศ.ยังได้จับกุมตัวแทนขายบริษัทประกันชีวิต 3 ราย หลอกลวงเก็บเบี้ยประกันไว้ไม่นำเงินส่งบริษัท โดยที่ผู้เอาประกันภัยไม่ทราบเรื่อง ซึ่งทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ได้รับการคุ้มครองตามกรมธรรม์ โดยแจ้งข้อหา “โดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการให้ผู้อื่นนั้นทำหรือรักษาสถานะสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท แต่ไม่ดำเนินการให้มีการทำสัญญาเกิดขึ้น หรือไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาสถานะสัญญาประกันชีวิตเดิมและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม” ซึ่งกรณีนี้มีเสียผู้เสียหาย 11 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 53 ล้านบาท

Advertisement

ด้าน นายชัยยุทธกล่าวว่า การกระทำของผู้ต้องหาเป็นการทำสัญญาประกันชีวิตไม่ได้ดำเนินการให้มีการทำสัญญาประกันภัยเกิดขึ้น หรือไม่ดำเนินการรักษาสถานะของสัญญาประกันชีวิต ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบประกันภัย ที่ต้องสูญเสียเงินไปกับกลุ่มคนเหล่านี้จำนวนมาก อีกทั้งยังทำให้ผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 จริง ได้รับค่าสินไหมล่าช้า หรือไม่ได้รับค่าสินไหม เนื่องจากบริษัทประกันขาดสภาพคล่อง และที่สำคัญยังเป็นผลทำให้ประชาชนต้องซื้อประกันต่างๆ ในราคาสูงขึ้น เพราะต้องนำเบี้ยประกันมาเฉลี่ยเป็นค่าสินไหมให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ทาง คปภ. และ บช.ก. จะได้ขยายผลการทำงานร่วมกันต่อไป