เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) ตัวแทนผู้เสียหายเกือบ 20 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วรเดช ชมภูพันธ์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.4 บก.ปอศ. พ.ต.ต.หญิง ปวรี เขื่อนเพ็ชร สว. (สอบสวน) กก.4 บก.ปอศ. หลังถูกเท้าแชร์รายใน จ.อ่างทอง ซึ่งรู้จักกันในนามว่า “บ้านแชร์ น.” ฉ้อโกงเงิน มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท
น.ส.พลอย (นามสมมุติ) อายุ 31 ช่างตัดผม ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้มาแจ้งความเนื่องจากโดนเท้าแชร์โกงแชร์ ซึ่งได้พยายามติดต่อไปแล้ว แต่เท้าแชร์กลับเงียบหายไป ความเสียหายรวมแล้วน่าจะเกิน 5 ล้านบาท และอาจจะถึงหลัก 10 ล้าน โดยบ้านแชร์ดังกล่าวมีชื่อว่า “บ้านแชร์เจ๊ น.” ซึ่งมีทั้งวงแชร์ และการร่วมระดมทุนนำเงินไปปล่อยกู้ โดยให้ดอกเบี้ยสูง มือละ 5,000 บาท จะได้ดอกเบี้ย 7,500 บาท ภายใน 15 วัน โดยบ้านแชร์นี้เปิดมาแล้วประมาณ 5 ปี มีวงแชร์เกือบ 20 วง 1 วงเล่นกันประมาณ 15-20 มือ มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 60 คน โดยส่วนตัวได้รู้จักกับเท้าแชร์มาหลายปี และเล่นแชร์ร่วมกันมาเกือบ 2 ปี วงเงินที่เล่นมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาท ที่ผ่านมาได้เงินตรงตามที่เปียแชร์จริง ต่อมาเมื่อเดินเมษายนที่ผ่านมา เริ่มมีปัญหา มีคนที่เปียได้แต่ได้เงินไม่ครบ บางคนไม่ได้เงิน จนต้องมีการทวงถามกันบ่อยครั้ง จนสุดท้ายกลับเบี้ยวไม่ยอมจ่ายค่าเปียแชร์ ทำให้มียอดเงินที่ติดค้างจำนวนมาก ส่วนของตนเล่น 5 วง ล่าสุดไม่ได้เงินเปีย 25,000 บาท หากรวมความเสียหายแล้วถึงหลักแสนบาท และลูกแชร์บางคนยังมียอดค้างสูงถึง 1,780,000 บาท เมื่อทวงถามกลับได้คำตอบว่าไม่มีเงินจ่าย หากใครอยากได้เงินคืนให้ไปฟ้องเอา วันนี้จึงรวมตัวผู้เสียหายประมาณ 15 คน รวมความเสียหายประมาณ 3 ล้านบาท นำหลักฐานเป็นสลิปโอนเงินและแชตทางไลน์มาแจ้งความ อยากให้ตำรวจช่วยเหลือเพราะเดือดร้อนจริงๆ อยากให้เจ้าตัวมาออกเคลียร์ปัญหาและอยากบอกเท้าแชร์ว่าอย่าหนีปัญหา ทุกคนเดือดร้อน บางคนต้องไปกู้ยืมมา บางคนท้องแก่ หวังเงินส่วนนี้เป็นเงินค่าทำคลอด
ขณะที่นายบี (นามสมมุติ) อายุ 28 พนักงานบริษัท กล่าวว่า ส่วนของตนเล่นมาประมาณ 2 ปี เสียหายประมาณหลักแสนบาท ไม่ได้รับเงินตั้งแต่เมื่อเดือนเมาษยนที่ผ่านทา อยากให้ตำรวจช่วยติดตามเพราะชาวบ้านเดือดร้อน ไม่รู้ว่าเท้าแชร์นำเงินไปทำอะไร ซึ่งตนได้รู้จักกับเท้าแชร์มาประมาณ 5-6 ปี เพราะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน ซึ่งเท้าแชร์ยังได้มีการโฆษณาลงเฟซบุ๊ก รวมถึงมีผู้เสียหายจากจังหวัดอื่น เช่น จ.ลพบุรี อีกด้วย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายประกอบพยานหลักฐาน ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป


