อนุทิน เผย ปลดล็อกกัญชา 2 เดือนกว่า ไม่มีนัยยะเสพมากขึ้น พบเข้า รพ. 60 คน อาการไม่แรง รัฐบาลสมัยหน้า ขอกลับมา สธ. สานต่อให้เสร็จ
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้บริหาร สธ. เข้าร่วมในงาน “สื่อสารกัญฯ อย่างเข้าใจ” ตามแนวคิด กัญชา กัญชง เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ” ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น
นายอนุทิน กล่าวว่า จากการปลดล็อกพืชกัญชา กัญชง ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เวลา 2 เดือนครึ่ง ถือเป็นเวลานานพอสมควรที่ สธ.สามารถนำข้อมูลความคืบหน้าในการใช้กัญชาทางการแพทย์และสุขภาพมารายงาน โดยสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อไปคือ การส่งเสริมในทางเศรษฐกิจ สำหรับการปลดล็อกกัญชา ไม่ได้เกิดจาก สธ.อย่างเดียว เนื่องจากผู้ที่เห็นชอบอนุมัติกฎหมายที่ใหญ่กว่า สธ. คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งเป็นคณะกรรมการฯ ระดับประเทศ มีทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงต่างๆ และบุคลากรทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์แพทย์ อยู่ในคณะกรรมการฯ ด้วย ดังนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้เป็นการผลักดันโดยพรรคการเมืองกดดันกฎหมายทำให้กัญชาออกจากยาเสพติด เพราะพรรคการเมืองที่ตนอยู่ เสนอด้วยความเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ และต้องทำให้คณะกรรมการฯ เห็น และเชื่อว่าการใช้กัญชาจะเกิดประโยชน์มากกว่าโทษ
“นับเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ที่ผมร่วมบริหารในรัฐบาลชุดนี้ และผลักดันนโยบายกัญชาให้ผ่านการเห็นชอบ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ต้องเรียนว่า กัญชาเสรีเพื่อสุขภาพและการแพทย์จนถึงตอนนี้ยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบ ตามที่มีความกังวล อาจจะใช้ได้ว่า หลายท่านตีตนไปก่อนไข้ ซึ่ง สธ.ยืนยันว่าพื่อการแพทย์และสุขภาพ หมายความว่า ช่อดอก พันลำ ที่ไปขายไม่ได้รับอนุญาต สั่งมาจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการสำแดงต่อศุลกากรอันเป็นเท็จ แบบนี้เรียกว่า ผิดกฎหมาย และไม่ใช่วัตถุประสงค์ของ สธ.” นายอนุทิน กล่าว
รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า จากรายงานข้อมูลจากแผนกฉุกเฉินในโรงพยาบาล (รพ.) ที่กรมการแพทย์รวบรวม ระบุว่าจำนวนผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติเฉียบพลันจากการใช้กัญชา ซึ่งอาจเกิดจากการสูบกัญชาจนช็อก หัวใจหยุดเต้น ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน – วันที่ 16 สิงหาคม 2565 ทั้งประเทศมี 60 ราย เฉลี่ยวันละ 1 ราย เมื่อเทียบกับประเทศที่มีประชากร 70 ล้านคน ตัวเลขนี้ถือว่าไม่มีนัยสำคัญใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น การปลดล็อกกัญชาไม่ได้มีนัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเสพกัญชามากขึ้น แต่มีแนวโน้มลดลง สาเหตุนี้เกิดจากความเข้าใจของประชาชนในการใช้กัญชาที่มากขึ้น ส่วนข้อมูลปีที่แล้ว มีผู้ป่วยที่ต้องบำบัดการเสพยาเสพติด จากยาบ้าถึงร้อยละ 80 ในขณะที่กัญชามีเพียงร้อยละ 4.2
นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. … ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …คาดว่าจะจบภายในสัปดาห์นี้ แล้วจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม กมธ.กัญชาฯ มีผู้แทนทั้งจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ตัวแทนเอ็นจีโอ ดังนั้น ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่ออกมา จะเป็นร่างที่สมบูรณ์ที่สุด ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า หากทุกคนใช้กัญชาอย่างเข้าใจ พ.ร.บ.กัญชาฯ ก็ไม่จำเป็น เพราะ สธ.มี พ.ร.บ.การสาธารณสุข และมีกฎหมายลูก
“เช่น กรมอนามัยออกประกาศควบคุมกลิ่นและควัน ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าเป็นกรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็ใช้อำนาจสำนักงานเขต สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ ขณะเดียวกัน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็ออกประกาศสมุนไพรควบคุม บอกว่าสิ่งใดที่ทำได้ หรือทำไม่ได้ แต่การมี พ.ร.บ.กัญชาฯ ก็เพื่อไม่ต้องเกิดการตีความ” นายอนุทิน กล่าวและว่า ทั้งนี้ ข้อมูลการใช้แอพพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ปัจจุบันมีผู้เข้าใช้ระบบแล้ว 46 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนผู้บรรลุนิติภาวะในประเทศไทยแล้ว ก็เหมือนคนไทยทุกคนเข้ามาเยี่ยมในเว็บไซต์นี้ ส่วนการจดแจ้งออกใบไปแล้วประมาณ 1.1 ล้านราย ขณะที่การจดแจ้งเชิงพาณิชย์ ออกไปหลายพันรายแล้ว ขณะเดียวกัน สำหรับการขออนุญาตทำเป็นผลิตภัณฑ์ก็มีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดูแลอยู่
อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน กล่าวว่า ประกาศควบคุมการใช้กัญชาตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข มีการกำหนดชัดเจนว่า ไม่ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าถึงการใช้ประโยชน์จากกัญชา ดังนั้น ข่าวดราม่าใช้กัญชาในสถานศึกษาก็ผิดกฎหมาย เพราะจริงๆ แล้ว เด็กนักเรียนแม้กระทั่งบุหรี่หรือแอลกอฮอล์ก็ไม่สามารถใช้ในโรงเรียนได้ ดังนั้น ก็เป็นเรื่องป่วยการที่จะไปกำหนดเรื่องของการใช้กัญชาในระยะกี่เมตรใกล้พื้นที่สถานศึกษา เพราะ พ.ร.บ. สถานการสาธารณสุข ครอบคลุมไว้หมดแล้วว่า ห้ามใช้กัญชาในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และในที่สาธารณะ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้ที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อยู่ระหว่างศึกษาวิจัยการใช้กัญชาในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนที่มีกว่า 19 ล้านคน หากสำเร็จก็จะลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศได้ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่ สธ.หรือไม่ แต่ถ้ามีโอกาสก็จะขอกลับมาอีกแน่นอน เพื่อสานต่อเรื่องนี้ให้จบ
ด้านแหล่งข่าวใน สธ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กัญชาที่ต้องเข้า รพ.ทั้ง 60 ราย มีอาการไม่รุนแรงมาก สามารถเดินเข้ามารับการดูแลได้เอง โดยพบว่า 51 ราย เป็นการใช้สันทนาการ มีเพียงเล็กน้อยที่ได้รับกัญชาโดยไม่เจตนา หรือความอยากลอง อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่า ผลกระทบเหล่านี้มีมากในช่วงการปลดล็อกระยะแรก แต่ลดลงในระยะหลัง เพราะประชาชนมีความรู้ มีความเข้าใจมากขึ้น

