วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงานด่านศุลกากรภาค 2 จ.หนองคาย และ ด่านศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร นำหลักฐาน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาแก จ.นครพนม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุปล้นรถยนต์ของกลางเนื้อวัวลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย โดยอ้างว่า มีเหตุคนร้ายใช้รถกระบะ จำนวน 3 คัน มีกระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีน้ำเงิน รถยนต์ฟอร์ดเอปเวอร์เรด สภาพใหม่ สีดำ และ รถยนต์เก๋ง สีเทา ไม่ทราบยี่ก้อ ทั้ง 3 คัน ไม่ติดป้ายทะเบียน ขับมาประกบสกัดปล้นรถยนต์ของกลาง กระยี่ห้อ โตโยต้าวีโก้ สีขาว ซึ่งในรถยนต์กระบะบรรทุกเนื้อกระบือ แช่แข็ง ที่เป็นของกลางได้จากการตรวจยึด จำนวน 3 ตัน มีนาย คำมุล อ่างชิน อายุ 45 ปี เป็นคนขับ และเจ้าหน้าที่ศุลกากร นั่งมาด้วย
จากนั้นมีคนร้ายจำนวน 3-4 คน ได้ลงมาสกัดรถยนต์ให้จอด พร้อมมีอาวุธปืน สั้น ยาว มาข่มขู่ และปล้นเอารถของกลางหนีไป บริเวณถนนเลี่ยงอำเภอนาแก – ธาตุพนม เขตเทศบาลตำบลนาแก โดยระบุว่า เหตุเกิดประมาณ 09.00 น. ซึ่งเป็นเส้นทางเปลี่ยว ไม่ค่อยมีรถยนต์สัญจรไปมา ภายหลังจึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาแก เพื่อเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
โดบเบื้องต้นทาง ผศ.(พิเศ) เมธา ชูจันทร์ นายอำเภอนาแก พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรเพชร เพชรบรม ผกก.สภ.นาแก ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แต่ไม่พบหลักฐานการก่อเหตุ ส่วนกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้บางจุดเท่านั้น แต่ไม่สามารถเห็นรถยนต์ที่ก่อเหตุได้ชัดเจน
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงคำให้การของเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนตรวจสอบสกัดจับกุมตรวจยึด การลักลอบนำเข้าเนื้อโค กระบือ มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้นทางคือ ประเทศจีน อินเดีย เพื่อนำเข้ามาขายในพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน เพื่อตีตลาดเนื่องจากมีความต้องการของตลาดเนื้อ เพราะมีราคาถูกกว่าไทย ทำให้มีการลักลอบเข้ามาบ่อยครั้ง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถยนต์ของกลาง ที่ลักลอบเข้ามาในพื้นที่ จ.มุกดาหาร และสามารถไปตรวจยึดจับกุมได้ ในพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และนำรถยนต์ของกลางกลับด่านศุลกากร จ.มุกดาหารเพื่อตรวจสอบ แต่ถูกคนร้ายดักปล้น คาดเป็นขบวนการค้าเนื้อข้ามชาติ เพราะของกลางมีมูลค่าสูงเกือบล้านบาท
ขณะที่ พ.ต.อ.วรเพชร เพชรบรม ผกก.สภ.นาแก กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเจ้าหน้าที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงคนขับรถยนต์ของกลาง เพื่อหาหลักฐาน ซึ่งมีภาพถ่ายรถยนต์ของกลางบางส่วน อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาที่มา รวมถึงจะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุโดยละเอียด เพื่อหาหลักฐานติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

