โดนหลอกร่วมลงทุนผ่าน ‘แอพพ์’ สูญเงินกว่าพันล้าน ร้อง ตร.ปอศ.ช่วย

18.08.22 | 12:40 น.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย 30 ราย จากคดีหลอกให้ลงทุนซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นพร้อมนำหมายจับจากศาลทั่วประเทศ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหา เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหากำลังทำกิจกรรมหลอกให้นักเรียนและผู้ปกครองตามโรงเรียนร่วมลงทุน มูลค่าความเสียหาย 1,000 ล้านบาท โดยมี พ.ต.ท.วรเดช ชมภูพันธ์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ปอศ. เป็นผู้แทนรับเรื่องดังกล่าว


นายเอกภพ เปิดเผยว่าพากลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นหนึ่ง ขณะนี้คาดว่ามีผู้เสียหายหลักหมื่นคน และมีความเสียหายถึงหลักพันล้านบาท เฉพาะแค่ในกลุ่มตัวแทนที่มาก็เสียหายนับร้อยล้านบาทแล้ว จึงมาขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.จิรภพ ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพราะแจ้งความในหลายท้องที่ทั่วประเทศ และออกหมายจับแล้ว 5 ราย แต่ยังไม่มีการติดตามจับกุม นอกจากนี้บางพื้นที่แจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบหน้า โดยทางแอพพลิเคชั่น ยังจ้างดารานักแสดงมาช่วยโปรโมต หากไม่หยุดยั้งกระบวนการนี้ อาจส่งผลให้มีความเสียหายมากยิ่งขึ้น เพราะผู้เสียหายบอกว่าความเสียหายอยู่ที่หลักพันล้าน มีจำนวนผู้เสียหายหลักหมื่นคน ต่อไปอาจมีผู้เสียหายถึงหลักแสนหรือล้านคนก็ได้ ทั้งนี้ขอให้มีการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะปัจจุบันมีการโกงเยอะมาก ผู้เสียหายบางรายถึงขั้นเสียชีวิตและไม่ได้เงินคืน

นายพงศ์ศักดิ์ สุขแสงนิล อายุ 40 ปี พนักงานบริษัท กล่าวว่า ทางแอพพลิเคชั่นเสนอขายสินค้าทั่วไปอ้างว่าเงินที่ได้จากการซื้อสินค้าจะนำไปลงทุนในการจำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และมีความนิยมในการบริโภคหรือใช้สินค้าที่นำไปขาย เช่น น้ำพริก ราคาตลับละ 15 บาท แต่ขายในราคา 1,200 บาท อ้างว่าเมื่อซื้อแล้วจะได้รับเงินคืน 1,500 บาทอีก 7 วัน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ โดยมีการขายในลักษณะนี้มานานนับปี รวมถึงมีการเข้าไปประชาสัมพันธ์ในโรงเรียน เชิญชวนให้สมัครแอพพลิเคชั่นแล้วจะแจกเงิน นอกจากนี้ยังมีการเชิญชวนให้ซื้อทอง 1 บาท ราคา 40,000 บาท แต่จะได้รับเงิน 60,000 บาท ที่ผ่านมาช่วงแรกให้เงินจริงแต่ระยะหลังไม่ได้มีการให้เงินตามที่กล่าวอ้าง

นางอรปรียา แก้วพูล อายุ 53 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว กล่าวว่า ที่ผ่านมาไปแจ้งความกับ บช.สอท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ไม่มีความคืบหน้า และทางบริษัทยังมีการดำเนินการอยู่ จึงอยากขอความเป็นธรรม โดยส่วนของตนซื้อของหลายอย่างที่แอพพลิเคชั่นขาย เพราะเมื่อได้ฟังในสิ่งที่ไม่เคยได้ยิน ก็หลงเชื่อและลงทุนไป

Advertisement

ขณะที่ น.ส.ภัทรวดี สีน้ำอ้อม อายุ 45 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว กล่าวว่า แนวทางของธุรกิจดังกล่าว มีการอ้างว่าเป็นสินค้าฝากขาย เมื่อครบระยะเวลาจะมีการชำระค่าสินค้า โดยส่วนของตนยังไม่ได้รับค่าสินค้า และยังมีผู้ประกอบการที่มีมูลค่าความเสียหายถึงหลักร้อยล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ก่อนส่งต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป