จากกรณี พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41, ผู้บัญชาการควบคุมมณฑลทหารบกที่ 41 ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 2 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ตและนครศรีธรรมราช กรณีขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลข่าวสารผู้แอบอ้างชื่อหน่วยทหารแสวงหาผลประโยชน์ โดยมีพฤติกรรมแอบอ้างว่าเป็นกำลังพลในสังกัดมณฑลทหารบกที่ 41 และกองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 ข่มขู่เรียกค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบการเก็บผลประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมาย แสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนใน 2 พื้นที่ดังกล่าวนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของมณฑลทหารบกที่ 41 และกองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 และทำให้เสียภาพลักษณ์ของทหารโดยรวม ขอให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 2 จังหวัด แจ้งข้าราชการและหน่วยงานในสังกัด ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้ทราบว่า มณฑลทหารบกที่ 41 และกองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41ไม่มีการกระทำเช่นนั้น หากพบเห็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่กระทำการดังกล่าว ขอได้โปรดแจ้งให้ตนเองในฐานะผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 และกองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 ทราบโดยตรง ตลอดเวลา เพื่อดำเนินการระงับ ยับยั้งและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดต่อไป
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตนยังไม่เห็นหนังสือฉบับดังกล่าว แต่โดยอำนาจหน้าที่หากพบมีการกระทำผิดในลักษณะเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลฝ่าฝืนต่อคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.58 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มี.ค.59 สามารถดำเนินคดีตาม กม.ได้ทันที ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้นก็ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงตรวจสอบหาข้อเท็จจริง จังหวัดตรวจสอบทุกประเภท ส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีหรือไม่ยังตอบไม่ได้ หากจับแล้วเกี่ยวข้องก็ว่ากันไป ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มมีลักษณะเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลแสวงหาผลประโยชน์แอบอ้าง มณฑลทหารบกที่ 41 และกองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 เข้าทำการข่มขู่ผู้ประกอบการส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะเรื่อง บ่อนการพนัน เงินกู้นอกระบบ และการบุกรุกพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติ ใน อ.นบพิตำ พิปูน ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ เป็นต้น

