เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กลุ่มตัวแทนผู้เสียหายเล่นแชร์ออนไลน์ประมาณ 20 ราย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อดีเอสไอ หลังถูกหลอกให้ร่วมเล่นแชร์ในลักษณะที่ได้ผลตอบแทนดี ผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊ก เพื่อให้ดำเนินคดีกับเท้าแชร์ ที่หลอกเพื่อนสมาชิกในเฟซบุ๊กใหม่ให้ร่วมลงทุนเพื่อแลกกับผลตอบแทนค่อนข้างสูง ก่อนจะเชิดเงินหนีไป โดยมีนายณัฐวุธ นิติวรยุทธ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

ตัวแทนผู้เสียหายรายหนึ่ง กล่าวว่า ก่อนจะร่วมเล่นแชร์ออนไลน์ ได้รู้จักกับเท้าแชร์ผ่านการซื้อสินค้าทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากเท้าแชร์เปิดเฟซบุ๊กใช้ในการขายสินค้า ตนเคยใช้บริการมาแล้วหนึ่งครั้ง โดยไม่รู้จักกับเท้าแชร์เป็นการส่วนตัว จากนั้นถูกชักชวนให้ร่วมเล่นแชร์วงเงินต่างๆ ตั้งแต่ 70,000-120,000 บาท โดยเท้าแชร์ส่งข้อความมาชักชวนทางเฟซบุ๊กว่าสนใจร่วมเล่นแชร์ด้วยหรือไม่ จึงตัดสินใจร่วมเล่นแชร์ในวงเงิน 120,000 บาท และวงเงิน 70,000 บาท โดยในวงเงิน 120,000 บาท จะต้องส่งเงินให้เท้าแชร์เดือนละ 7,500 บาท ส่งมาแล้ว 9 เดือน โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงเทพ ในส่วนของตนเสียหายไปกว่า 147,000 บาท

ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า ต่อมาเท้าแชร์ตัดขาดการติดต่อสื่อสารและหนีไป ทำให้ไม่สามารถตามเงินกลับคืนมาได้ ทั้งนี้จากการรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายพบว่ามี 52 คนที่ถูกหลอกลวงและไม่ได้รับเงินคืน รวมมูลค่า ความเสียหายกว่า 6,600,000 บาท มีผู้เสียหายที่ลงทุนมากที่สุดถึง 400,000 บาท ส่วนเหตุที่ยอมลงทุนด้วย เนื่องจากเท้าแชร์มีการโพสต์ภาพให้เห็นว่ามีผู้ได้รับเงินจากการเล่นแชร์แต่ละงวดจริง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ พยายามติดต่อไปทางญาติของเท้าแชร์ที่มาร่วมลงทุน แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเล่นแชร์ดังกล่าว
“จึงได้รวบรวมหลักฐานเป็นรูปภาพที่ใช้ในการโฆษณา รายชื่อลูกแชร์ บทสนทนาโต้ตอบทางเฟซบุ๊ก และหลักฐานทางธุรกรรมการเงิน ไปแจ้งความที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ก่อน และตัดสินใจมาแจ้งความกับดีเอสไอ เพื่อให้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินเพื่อการฉ้อโกง หรือแชร์ลูกโซ่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า เท้าแชร์ถอนเงินออกจากบัญชีไปทั้งหมดแล้ว” ตัวแทนผู้เสียหายกล่าว

