ปั้น ‘กรุงเทพมาราธอน’ ขึ้นชั้นเมเจอร์ปอดเหล็กโลก

20.08.22 | 12:07 น.

เป็น “การวิ่ง” ที่ไม่ใช่แค่ออกกำลังกาย

ทุกก้าวที่ย่างไม่เพียงขยับขา ทว่ายังสร้างความ “เปลี่ยนแปลง”

เพราะทุกครั้งที่ชายวัย 56 ปี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. บุคคลต้นแบบของความแข็งแกร่งแห่งยุคสมัย ได้ตื่นตี 4 ออกจากบ้านตี 5 ไปวิ่งตามสวนสาธารณะ ก็มักจะเกิดไอเดียจากการสัมผัสพื้นที่ “วิ่งโฉบผ่าน สะดุดตา เห็นปัญหา ขอแรงร่วมแก้ไข”

บ้างก็หลุดคำคมให้ประชาชนได้ฉุกคิด ถึงการ “ใช้ชีวิต” ให้อยู่รอด ในเมืองฟ้าอมร

การวิ่งของผู้ว่าฯจึงเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวไปข้างหน้า เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และไม่เหมือนเดิม

Advertisement

บวกกับสิ่งที่มักย้ำมาเสมอ คือการดึงเทคโนโลยีมาใช้ ให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และ “สื่อสาร”

ผลลัพธ์จากการวิ่งของนายชัชชาติ ได้แก้ฝาท่อ ลดน้ำท่วม เยียวยาเด็กหญิงที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ดึงเขาออกมาวิ่งแค่เพียงดูไลฟ์ของผู้ว่าฯ

แรงเหวี่ยงของพลังใจนี้ ส่งกลับมาที่ชัชชาติ ให้ยังคงอยากวิ่งไป ไลฟ์ไป

“มีน้องๆ หลายคนที่เป็นโรคซึมเศร้า พอได้ฟังเราไลฟ์แล้วมีกำลังใจออกมาวิ่งกับเรา ไปเจอที่บางกระเจ้า แค่นี้ก็เป็นเหตุผลที่อยากจะไลฟ์แล้ว ชัชชาติเผย ในวันที่เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ แอพพลิเคชั่น ที่ยังไม่คิดชื่อ ให้ประชาชนใช้เช็กสุขภาพจิตเข้าถึงจิตแพทย์ได้ง่ายขึ้น และลดข้อจำกัดทรัพยากรทางการแพทย์”

ล่าสุด เตรียมจัดใหญ่ ปลุกพลังชาวมหานคร ผ่านงาน “กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 33” Bangkok Marathon 2022 ที่มีสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย เป็นโต้โผ พาย้อนความทรงจำกาลครั้งแรก ด้วยการโปรโมตภาพ กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 1 ซึ่งถูกจัดขึ้นเช้าตรู่แบบลอยฟ้า พร้อมกับการเปิดสะพานพระราม 9 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2530 วันนั้นผู้เข้าร่วมงานกว่า 85,000 คน

งานวิ่งมาราธอน จึงถือเป็นประเพณีสุดยิ่งใหญ่แห่งมหานครกรุงเทพ ครั้งนี้ทีมผู้จัดถือโอกาสฉลองเปิดเมืองอย่างยิ่งใหญ่ กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่ถนนสนามไชย ข้างพระบรมมหาราชวัง (วัดพระแก้ว) และบริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม ระยะการแข่งขัน 42.195 กม. 21.1 กม. 10.55 กม. และ 5 กม. ทั้งยังต้อนรับนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตอบโจทย์เป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมการท่องเที่ยว และสุขภาพไปในตัว

ชัชชาติ บอกว่า ทุกเมืองในโลกจะมีมาราธอนประจำปี ซึ่งจะดึงคนมาจำนวนมาก สร้างเศรษฐกิจได้ แต่ก็มีอยู่แล้ว จัดโดย สมาคมนักวิ่งฯในช่วงพฤศจิกายน ถึง 32 ปีแล้ว ซึ่งสมาคมนักวิ่งฯได้เชิญให้ทาง กทม.เข้าไปร่วมด้วย

“แต่ดูรูปแบบแล้วน่าจะจัดให้ได้ สนุก กว่านี้ กระตุ้นเศรษฐกิจ มากกว่านี้” ผู้ว่าฯ บรีฟ

ทั้งยังวาดภาพไว้ด้วยว่า อยากจัดให้ยิ่งใหญ่แต่ด้วยระยะเวลากระชั้นชิด จึงเชิญผู้เชี่ยวชาญงานวิ่งมานั่งวิเคราะห์ว่าเป็นไปได้หรือไม่ รวมใจคนทั้งกรุงเทพฯ ให้ร่วมกันจัดงาน เพราะผ่านมา จัดได้ แต่ไม่ได้แบบมาตรฐานตามที่คาดหวัง จึงขอให้แอ๊กทีฟมากกว่านี้ จัดให้ได้ “ระดับโลก”

“อย่างน้อยปีนี้ต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงให้คึกคักขึ้น ช่วงนี้ประชาชนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ การจัดงานกรุงเทพมาราธอนจะกระตุ้นทั้งเรื่องสุขภาพ เรื่องเศรษฐกิจ พร้อมประกาศให้รู้ว่ากรุงเทพฯ พร้อมที่จะจัดงานเปิดเมืองใหม่หลังโควิด กระตุ้นความเชื่อมั่น และสร้างเสริมสุขภาพคนให้กลับมา โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการสรุปรูปแบบของงานอีกครั้งหนึ่ง

อยากให้งานนี้เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ที่ไม่แพ้นิวยอร์ก มาราธอน ไม่แพ้ชิคาโก มาราธอน ไม่แพ้ลอนดอน มาราธอน ไม่ได้กระตุ้นแค่เรื่องการวิ่ง แต่กระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เราจัดงานเป็น Car Free Day เอาร้านอาหารมาออก เอาคนมาวิ่ง 80,000-90,000 คน” ผู้ว่าฯกทม.ตั้งเป้าหมาย

จากปีแรก 17,000 คนเศษ เมื่อเทียบสถิติอลังการสูงสุดในปี 2560 งาน บีดีเอ็มเอส กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 30 มีนักวิ่งจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 60 ชาติ 40,000 คน เข้าร่วม

เป้า 90,000 คน ที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จึงถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมากในการทุบสถิติ ต้องเตรียมพร้อมแบบจัดเต็ม ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม จุดพัก การปฐมพยาบาล คุยเรื่องปิดการจราจร และอื่นๆ อีกหลายเช็กลิสต์

เพราะหากเทียบกรุงเทพมาราธอนกับสนามมาราธอนระดับโลก แค่การสมัครเข้าร่วมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ต้องมีเงื่อนไข วัดดวงด้วยการจับสลาก ผ่านกฎนับเวลาวิ่ง บริจาคเงินการกุศลต่างๆ และอื่นๆ อีกหลายด่าน

จึงจะผ่านเข้าไปลงแข่งใน 6 สนามมาราธอนระดับโลก (World Major) ที่เหล่านักวิ่งต่างปักหมุด แย่งกันไปพิชิตให้ได้

เหลือบมองตัวอย่างใกล้บ้านเราที่สุด “โตเกียว มาราธอน” 40,000 คน คือยอดที่กำหนดจากผู้สมัครทะลุ 3.5 แสนคน ใช้ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังเข้าฤดูใบไม้ผลิ ชักชวนให้มาวิ่งชมย่านต่างๆ ในเมืองหลวง

ขยับมา นิวยอร์ก มาราธอน งานวิ่งยอดฮิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งปี 2016 มีผู้เข้าเส้นชัยถึง 51,394 คน ในปี 2017 พุ่งถึง 98,247 คน เป็นงานวิ่งครั้งใหญ่ที่สุด แต่ก็ตามมาด้วยปัญหาความแออัดและการรักษาความปลอดภัย

หันไปมองรัฐใกล้เคียงอย่าง “บอสตัน มาราธอน” เด่นด้วยประวัติสนามยาวนานกว่า 100 ปี ทุกปีจะแข่งใน วันรักชาติ (Patriots Day) และสมัครยากที่สุด กำหนดสถิติสุดหิน เพื่อชิง เหรียญยูนิคอร์น

ไม่ไกลใน “ชิคาโก มาราธอน” คือสนามเก่าแก่ที่เหล่านักวิ่งนิยมมาสร้างสถิติใหม่บนถนน เพราะถูกกล่าวขานว่าเป็นการวิ่งเหนื่อยกว่าที่อื่น ด้วยออกซิเจนในอากาศน้อย แต่ก็น่าทึ่งกับยอดคนนั่งเชียร์ติดขอบสนาม ถึง 1.7 ล้านคน ในปี 2014

ฝั่งยุโรป อย่าง ลอนดอน มาราธอน ดึงดูดด้วยการวิ่งผ่านแม่น้ำเทมส์ ราชวังบักกิ้งแฮม จัดในช่วงเมษายน ที่ต้นไม้เริ่มผลิบาน

ก็ทำสถิติสูงสุด 400,000 กว่าคน แต่ด้วยเงื่อนไขจึงลดเหลือ 40,000 คน

ส่วน “เบอร์ลิน มาราธอน” ในประเทศเยอรมนี เป็นสนามพื้นค่อนข้างเรียบและมีโค้งไม่เยอะมาก จึงเป็นสนามยอดนิยมในการวิ่งทุบทลายสถิติโลก เพราะวิ่งได้เร็วกว่าสนามอื่นๆ

ซึ่งทั้ง 6 สนามระดับโลกต่างดึงดูดด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชวนเราให้หันมามองหาจุดเด่น เพื่อชูความเป็น กรุงเทพฯ

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่รีรอ หันไปปรึกษา ชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เล็งดันการท่องเที่ยวไทยระยะยาว ให้ไม่ใช่แค่ อีเวนต์ แนะว่าควรดึงอัตลักษณ์ของย่านออกมา และเสริมความเป็นแมส (Mass) เข้าไป

พร้อมประชุมเตรียมแนวทางจัดงานวิ่งมาราธอน 2 ครั้งใหญ่ ซึ่งปีนี้จัดโดยสมาคมนักวิ่ง ปีหน้าจะจัดโดย ททท. โดยมี กทม.เข้ามาช่วยเร่งจัดทำเส้นทางวิ่ง (Trail) ที่น่าสนใจ 3-4 เส้นทาง เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักวิ่งระดับโลก

คณะผู้จัดงานกรุงเทพมาราธอนยังขอบคุณท่านผู้ว่าฯและ กทม.ที่สนับสนุนการจัดมาราธอนประเพณีนานาชาติ กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 33 โดยชวนลงทะเบียนพร้อมเช็กหมายเลขวิ่ง ที่ http://www.bkkmarathon.com ถึง 30 กันยายนนี้ ที่เห็นได้ชัด คือผู้คนตื่นตัวกับกิจกรรมวิ่งครั้งนี้อย่างมาก ล่าสุดมีรายงานว่านักวิ่งแห่ลงทะเบียนล้นหลาม

“ผมว่าชีวิตเดินหน้าต่อไป ถ้าเศร้าก็มาดูไลฟ์เรา ถ้ามีเวลาออกมาวิ่งเลย น่าจะดีกว่านั่งอยู่บ้านคนเดียว เดี๋ยวชีวิตก็ก้าวหน้าต่อไป ไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ทุกคนเป็นเพื่อนกัน สู้ๆ นะทุกคน” ชัชชาติเคยกล่าวไว้