บิ๊กโจ๊ก เผย ส.ต.ท.รับทำจริง รอแพทย์ยันป่วยจริงหรือไม่ ชี้ มีความผิดฐานค้ามนุษย์

20.08.22 | 15:02 น.

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมกำชับดำเนินคดีตำรวจหญิงทารุณอดีตทหารหญิง ที่ตำรวจภูธร จ.ราชบุรี ย้ำให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายเท่าเทียมกัน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พล .ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. รอง ผอ.ศพดส.ตร. ลงพื้นที่คืบหน้าคดี กรณี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม อายุ 43 ปี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส. 1 ก่อเหตุทำทารุณกรรมอดีตทหารหญิงรับใช้จนได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองราชบุรี และร่วมประชุมที่ห้องประชุม สภ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้เสียหาย ที่ถูกกระทำทารุณกรรม ผู้เป็นแม่ และญาติ ๆ เข้าให้ข้อมูล ต่อผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้มีการพูดคุยซักถามอย่างละเอียด

ทางผู้เสียหายได้เล่าความเป็นอยู่ว่าอยากจะกลับบ้าน โดยตนเองถูกทำร้ายจากเครื่องชอร์ตไฟฟ้า ไม้ อะลูมิเนียม และอื่น ๆ และล่าสุดน้ำยาล้างห้องน้ำราดที่แผล ซึ่งรู้สึกกลัวจึงยังไม่อยากมาแจ้งความ เขาพูดเสมอว่าจะไปจัดการกับที่บ้าน ด้วยความกลัวว่าที่บ้านจะเดือดร้อนก็เลยยอม และทาง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้สอบถามทางมารดาได้รับคำตอบว่า เพิ่งทราบเรื่องมาเมื่อไม่นานมานี้ นอกจากนี้ยังโดนค่าปรับเป็นเงิน จากที่เขาบอกว่าพูดไม่เพราะ ไม่มีหางเสียงและเหตุผลอื่น ๆ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวให้กำลังใจผู้เสียหายว่า ส่วนการดำเนินคดีนั้นไม่ต้องกังวล ทั้ง ผบ.ตร. ทั้งตนเอง ได้สั่งมาให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือใครก็ตาม บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมกันอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และไม่ต้องกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่กฎหมายเดียวกัน ประชาชนผู้ถูกกระทำต้องได้รับการดูแล หลังจากนี้ก็ให้ไปรักษาตัวให้เรียบร้อย จะได้ไปหางานใหม่ หรือ สงสัยอะไรให้มาหาผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ขอให้มั่นใจว่าการทำงานของตำรวจ วันนี้ลงมาทำงานด้วยตัวเอง ขอให้มั่นใจ จะไม่มีใครมาขู่เข็ญได้ เพราะอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าทำจริง แต่จากที่ได้ดูใบแพทย์เขาได้ไปรับการรักษาตัวมา เรื่องไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ แพทย์เขียนระบุว่าเจ้าตัวมีอาการไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นระยะ ๆ อยู่ระหว่างการรักษา

Advertisement

“จากนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าส่งตัวกลับไปรายงานตัวทางต้นสังกัด คือ กองบังคับการตำรวจสันติบาล ต้องรายงานข้อหาคดีอาญา เป็นการดำเนินการทางวินัยอีกส่วนหนึ่ง ความผิดที่กระทำเป็นความฐานค้ามนุษย์ ซึ่งทาง ผบ.ตร. สั่งการให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ทาง ผบ.ตร.ให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดและเท่าเทียมกัน”

เบื้องต้นผู้ก่อเหตุได้มามอบตัวเอง พร้อมกับให้การรับว่าทำจริง แต่สาเหตุที่ทำคงต้องดูในรายละเอียดเอกสาร ส่วนที่จะเป็นโรคจิตหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของแพทย์อีกครั้ง หลังจากนี้จะสอบปากคำและนำตัวไปขอหมายค้น บ้านดูร่องรอย เครื่องมือที่ใช้ ตามผู้เสียหายได้ถูกทำร้ายร่างกายมา 2 ปีแล้ว มีการใช้ไม้บรรทัดเหล็ก ที่หนีบผม อุปกรณ์ต่าง ๆ มาจี้ตามร่างกาย ดูเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา ยืนยันว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์ เป็นข้าราชการอยู่แล้ว เป็นการข่มขืนใจบังคับใช้แรงงาน และบริการ มีการแสวงหาผลประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงานและการบริการ นำไปสู่การกักขังหน่วงเหนี่ยว ยังครอบงำจิตใจ มีการข่มขู่ว่าจะไปทำร้ายร่างกายครอบครัว ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว ถือเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ทั้งสิ้น ตัวผู้ก่อเหตุเองเขาร้องไห้ เสียใจ สำนึกผิด

กรณีถ้ามีการยื่นการประกันตัวต้องพิจารณา เพราะจะต้องดูว่าเขามีเจตนามามอบตัวเอง เบื้องต้นก็น่าจะให้ประกันตัวได้ เพราะเจ้าตัวต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ และบอกว่าพร้อมที่จะสู้คดี ไม่ได้หนีไปไหน ส่วนการที่จะเข้ารับราชการตำรวจคงต้องให้หมอเป็นผู้ยืนยัน ส่วนนี้ทางกองบังคับการตำรวจสันติบาล คงจะดำเนินการอีกส่วนหนึ่ง และคงจะมีเรื่องการตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบว่าการบรรจุที่เป็นตำรวจขณะนี้สภาพจิตใจพร้อมจะทำงานหรือไม่

ทราบเบื้องต้นว่า ได้มีการส่งตัวไปที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และตัวเขามาทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานของ สว.อยู่ เขาคงทำหน้าที่ในการประสานงานของ วุฒิสภา ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คงจะมีวิธีการไม่ได้ไปทุกวัน เพราะมีคำสั่งเรียบร้อย แต่เบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุทราบว่าทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ส่งตัวกลับมาต้นสังกัด คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ดังนั้นวันจันทร์จะต้องไปรายงานตัวตามปกติ ที่กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ที่กรุงเทพฯ เท่าที่ซักถามเบื้องต้นทราบว่า เป็นผู้ประสานงานของวุฒิสภา โดยประสานงานให้กับ สว.ท่านหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยชื่อ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบอยู่แล้ว ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมทุกส่วน ต้องทำความจริงให้ปรากฏ

ส่วนเรื่องการให้ประกันตัวได้นั้นได้รับคำแนะนำจากประธานศาลฎีกา ต้องดูอันดับแรกคือ เมื่อประกันตัวไปแล้ว ไปทำให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายต่อพยาน ต่อผู้เสียหายหรือเปล่า ดังนั้นวันนี้ถ้าจะให้ประกันตัวก็ต้องดูว่าถ้าประกันตัวแล้วจะไปทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายหรือไม่ ถ้ามีข้อมูลเมื่อไหร่ว่าไปทำให้เกิด หรือ ไปข่มขู่ หรือ ทำให้เกิดความกลัว แม่ หรือ ญาติ ก็ต้องถอนประกัน และก็ต้องเอาเข้าเรือนจำ ซึ่งทาง ผบ.ตร.ท่านให้บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา