ปานเทพ เผย พ.ร.บ.กัญชาฯ เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว สัปดาห์หน้า เชิญ กต.-พณ.-ส.ว. ให้ความเห็นร่างก่อนหาคิวแทรกส่งสภา
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกและกรรมาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … (กมธ.พิจารณาพ.ร.บ.กัญชาฯ) กล่าวว่า ในการประชุมของ กมธ.เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) เห็นชอบร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ทั้ง 103 มาตราแล้ว โดยวันที่ 22 ส.ค. ทาง กมธ.ก็จะเชิญ 2 หน่วยงานมาให้ความเห็นเพิ่มเติม คือ 1.กระทรวงการต่างประเทศ ที่เน้นเรื่องอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 (1961 Single Convention on Narcotic Drugs) เนื่องจากหลายประเทศในโลกกำลังเปิดสันทนาการ ใช้เกินกว่าขอบเขตของอนุสัญญาฯ ไปมาก เช่น การสูบเสรี การสูบแบบควบคุม การใช้ในอาหารแบบไม่มีการจำกัดปริมาณ ซึ่งเป็นการเปิดกฎหมายมากกว่าประเทศไทยมาก ฉะนั้น หากเราดำเนินการไปภายใต้เงื่อนไขที่ต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก กมธ.ก็อยากสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการระหว่างประเทศในการควบคุมยาเสพติด แต่เราจะยึดประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก และ 2.กระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว ดังนั้น การห้ามนำเข้าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะอะไรที่ทำได้ในประเทศแล้ว จะต้องคำนึงถึงองค์การการค้าโลกในเรื่องการกีดกันทางการค้า ว่ามีความเสี่ยงกระทบอย่างไร ต้องระมัดระวังอะไรบ้าง
นายปานเทพ กล่าวว่า จากนั้นวันที่ 26 ส.ค. เรามีนัดอีกครั้งกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 7 ท่านที่ได้สงวนความเห็นไว้ในชั้นการอนุมัติหลักการเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.65 ตามขั้นตอนแล้วจะต้องมาแสดงความเห็น จากนั้นก็จะจบกระบวนการขั้นตอนของ กมธ. อย่างสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไปก็จะเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาการแก้ไขของ กมธ.รายมาตรา ทุกมาตราจนจบ ดังนั้น ที่ต้องติดตามคือจะมีวาระ พ.ร.บ.กัญชาฯ แทรกในวาระของการประชุมสภา วันไหนได้บ้าง
“สำหรับ 103 มาตราที่ กมธ.เราร่างเป็นกฎหมายมา มีความครอบคลุมมาก มีพัฒนาไปมากกว่าเดิม สอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุดของกัญชาในปัจจุบัน ประยุกต์จากเทคโนโลยี สิ่งที่โลกกำลังเป็น รวมถึงเปิดเสรีทางการแพทย์มากขึ้น ให้อิสระกับสถานพยาบาลปลูกเพื่อปรุงยาเฉพาะรายได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต นี่จึงเป็นความก้าวหน้ามากกว่าเดิม รวมถึงพื้นที่ในสถานพยาบาลที่ห้ามสูบกัญชา แต่กฎหมายเปิดช่องไว้เพื่อการแพทย์ ให้สถานพยาบาล โดยแพทย์ประจำตัวผู้ป่วยอนุญาตให้ผู้ป่วยระยะประคับประคอง ระยะท้ายที่ใช้วิธีการดูแลรักษาโดยการสูบได้ตามความจำเป็นของผู้ป่วย” นายปานเทพกล่าว
นายปานเทพกล่าวว่า การสูบเพื่อดูแลผู้ป่วย เป็นความก้าวหน้าของโลกที่ต่างประเทศดำเนินการไปแล้ว มีทั้งแบบ CBD และ THC เพื่อระงับปวดหรือเจริญอาหาร ตามความเห็นของแพทย์ และที่สำคัญอีกอย่างคือการปลูก 15 ต้นในครัวเรือน ที่กมธ.ได้ตัวเลขนี้มา ก็เกิดจากการรับฟังความเห็นจากประชาชนว่า 6-10 ต้นไม่เพียงพอ เนื่องจากไทยเรามีสายพันธุ์กัญชาที่ให้ผลผลิตปีละ 2 ครั้ง มีต้นตัวผู้และตัวเมีย และมีการนำส่วนต่างๆ ของกัญชาไปใช้ประโยชน์หลากหลาย มีการปรุงอาหารตามวัฒนธรรม โดยอีสานโพล สำรวจพบว่า หากเสนอปลูก 20 ต้นต่อครัวเรือน ประชาชนเห็นด้วย 68% และอีก 33% เห็นด้วยว่าปลูกได้ไม่จำกัด แต่ห้ามจำหน่าย ฉะนั้น เราก็ขอตัวเลขกลางๆ ก็จบที่ 15 ต้น ขณะที่ การปลูกเพื่อใช้ใยกัญชง กัญชา ก็จะให้จดแจ้งปลูกที่ 5 ไร่ ห้ามจำหน่าย แต่ถ้าจะจำหน่ายหรือปลูกมากกว่านั้นก็สามารถทำได้แบบการขออนุญาต

