เผย อนุทินจ่อนำทัพ สธ. ถอดบทเรียนกัญชาให้มาเลเซีย ลั่น ต้องเล่าให้หมด

20.08.22 | 15:50 น.

หมอศุภกิจ เผย อนุทิน เตรียมนำทัพ สธ. ถอดบทเรียนกัญชาให้มาเลเซีย ในการประชุมเอเปค 23 ส.ค.นี้ ลั่น ต้องเล่าให้หมด พร้อมตอบคำถาม


เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงกรณีที่ประเทศมาเลเซีย ขอเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์นโยบายกัญชาทางการแพทย์ ว่า สืบเนื่องจากประเทศมาเลเซียมีความสนใจนโยบายกัญชาทางการแพทย์ของไทย ตั้งแต่ที่มีการเข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly: WHA) สมัยที่ 75 เมื่อเดือน พ.ค.2565 โดยทางมาเลเซียขอเจรจากับไทยแบบทวิภาคี(Bilateral) ซึ่งเรื่องหลักๆ จะเป็นกัญชาทางการแพทย์ เนื่องจากไทยเรามีความก้าวหน้าอย่างมาก สามารถมีกฎหมาย มีการปลดล็อกออกจากยาเสพติดได้ ทางมาเลเซียก็มีความสนใจถอดบทเรียนเรื่องนี้

นพ.ศุภกิจกล่าวว่า กระทั่งในการประชุมระดับรัฐมนตรีสาธารณสุขของเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ APEC Health Week ระหว่างวันที่ 22 – 26 ส.ค.65 ทาง รมว.สาธารณสุขมาเลเซียก็เดินทางมาเข้าร่วมด้วย จึงใช้วาระนี้หารือร่วมกับ รมว.สาธารณสุขไทย โดยเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตประเทศมาเลเซียประจำประเทศไทยก็ได้มาหารือรูปแบบของการเรียนรู้ด้านกัญชากับไทยแล้ว ซึ่งเขาอยากดูครบวงจร ตั้งแต่นโยบาย กฎหมาย การปลูก การสกัด ผลิตเป็นสินค้า และการเอาไปใช้กับผู้ป่วย ซึ่งไทยเราได้เตรียมรูปแบบการนำเสนอเป็นหนึ่งในวาระการประชุมเอเปคสาธารณสุขฯ ช่วงบ่ายวันที่ 23 ส.ค. โดยเราจะไปคุยกันที่โรงงานผลิตยารังสิต 1 องค์การเภสัชกรรม(อภ.) คลอง 10 อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งจะมีอธิบดีหรือผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมตอบคำถาม เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นต้น

“เราจะพาทางผู้นำมาเลเซียไปดูส่วนการผลิตยาจากกัญชา ในโรงงานอภ. ไปดูการสกัดของโรงงานเอกชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งการถอดบทเรียน เราจะเล่าข้อเท็จจริงทั้งหมดให้เขาฟัง เพราะเราเดินหน้านโยบายกัญชามาตั้งแต่สมัย ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นรมว.สาธารณสุข และเดินหน้าต่อเนื่องมาจนถึงรมว.คนปัจจุบัน ที่มีการเดินหน้าไปไกลมากกว่าการแพทย์อย่างเดียว เนื่องจากมีการปลดล็อกจากยาเสพติด ทางสธ.ก็ได้ออกกฎหมายเพื่อควบคุมการสูบเสพ เราก็ต้องเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง เพื่อให้ทางมาเลเซียนำไปปรับใช้” นพ.ศุภกิจกล่าว

นอกจากนี้ นพ.ศุภกิจกล่าวว่า เชื่อว่าหลายประเทศมองนโยบายกัญชาทางการแพทย์แล้ว โดยเฉพาะหลังจากที่ไทยเราปลดล็อกมา เพราะหากประเทศไหนที่ช้า ก็จะมีผลกระทบเรื่องของสิทธิบัตรด้วย ซึ่งประเทศไทยหลังจากปลดล็อกมา ก็เดินหน้าทำวิจัยกัญชาเพื่อให้เกิดเป็นชุดข้อมูลของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในระดับอาเซียนยังไม่มีประเทศไหนที่ทำนโยบายกัญชาแล้วมีความก้าวหน้าเหมือนกับประเทศไทย เพราะเราทำมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การใช้เพื่อการแพทย์จนกระทั่งประชาชนสามารถปลูกได้ในครัวเรือน มีคลินิกกัญชาทั่วประเทศ ฉะนั้น เราก็พร้อมจะเป็นต้นแบบให้กับประเทศที่สนใจ เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่ไทยเราได้ถ่ายทอดประสบการณ์ไป เช่น ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หลายประเทศ เช่น เคนย่า ก็มาเรียนรู้จากเรา

Advertisement