เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โฮเทล พ.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ปอท.) พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.2 บก.ปอท. ร่วมกันแถลงข่าว “ตำรวจไซเบอร์ ฉีกหน้ากากรักออนไลน์ รับวาเลนไทน์” และเสวนาปัญหาคดีหลอกรักออนไลน์ หรือโรแมนซ์แกม ภายใต้โครงการ “ประชาสัมพันธ์ และสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” เพื่อเตือนประชาชนให้ตระหนักและรู้เท่าทัน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพ
พ.ต.อ.ภาณุวัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบันความน่ากลัวของคดีโรแมนซ์แกมยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น โดยเหล่ามิจฉาชีพจะทำทีมาตีสนิท แอดเป็นเพื่อน แล้วคุยในทำนองเข้ามาจีบ มาบอกรัก-ชอบ อยากใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะสร้างอุบายที่เป็นเหตุให้เหยื่อต้องโอนเงินไปให้ ซึ่งปีที่ผ่านมามีผู้ที่มาแจ้งความที่ บก.ปอท. กว่า 80 คดี ความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่ตกเป็นกลุ่มเป้าหมายก็มักจะเป็นผู้หญิงโสด อายุค่อนข้างเยอะ การศึกษาดี เป็นคนมีฐานะ โดยมิจฉาชีพเหล่านี้จะเข้าไปเก็บข้อมูลก่อน อาจจะทางเฟซบุ๊กและทางอื่นๆ และดูแนวการใช้ชีวิตต่างๆ ก่อนจะเข้ามาขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก ทั้งนี้ มีหญิงไทยบางคนเมื่อเห็นชาวต่างชาติมาขอเป็นเพื่อนจึงอยากจะฝึกภาษา เมื่อได้ลองเข้าไปคุย อาจโดนหลอกจนหลงกลได้
พ.ต.อ.ภาณุวัฒน์กล่าวต่อว่า มิจฉาชีพพวกนี้จะทำเป็นขบวนการ โดยมีคนไทยร่วมด้วย บางรายเข้ามาในประเทศไทย แต่งงานกับสาวไทย มีลูกด้วยกัน เพื่อหวังจะได้มีโอกาสอยู่ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น และคนไทยที่เปิดบัญชีเป็นตัวละครหลอกเหยื่อด้วยนั้นเป็นภรรยาของผู้ต้องหาเอง เมื่อปีที่ผ่านมจับดำเนินคดีได้ 20 ราย ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นชาวผิวดำ พวกแอฟริกาหรือไนจีเรีย เมื่อถูกจับคนร้ายส่วนใหญ่จะให้การปฏิเสธ ไม่รู้ไม่เห็น และให้การกับเจ้าหน้าที่ว่ามีหน้าที่แชตคุยเฉยๆ ส่วนเอกสารหลักฐานทางด้านการเงินก็จะสืบไปถึงหญิงไทยที่รับเปิดบัญชี ทำให้สืบหาไปยังตัวการได้ลำบากยิ่งขึ้น จากการตรวจสอบพบว่ามีเหยื่อจำนวนมากที่ถูกญาติบังคับให้มาแจ้งความหลังจากถูกหลอกให้โอนเงินแล้ว บางรายยังคงเชื่อว่าตนไม่ได้ถูกหลอก และเข้าใจว่านั่นคือรักแท้ ส่วนใหญ่คนที่ถูกหลอกมักเป็นคนที่มีการศึกษาดี หน้าที่การงานดี อยู่ในวัยกลางคน อายุ 45-60 ปี ทั้งนี้ มีเหยื่อที่เสียหายมากที่สุดในปีที่ผ่านมาเสียหายไป 33 ล้านบาท โดยใช้เวลากว่า 2 ปีกว่าจะรู้ตัวว่าตนเองถูกหลอก
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า ข้อสังเกตหลักๆ ที่เราจะรู้ได้ว่าเข้ามาหลอกหรือไม่นั้น ให้ดูว่าคู่แชตของคุณจะทำเป็นตกหลุมรักคุณเร็วมาก ไม่ถึงอาทิตย์ก็จะเรียกคุณว่า “ที่รัก” หรือ “Darling” เป็นเพราะว่ามิจฉาชีพจะคุยกับเหยื่อหลายสิบคน และจะเรียกทุกคนว่าที่รักเหมือนกันหมด เพื่อป้องกันการเรียกชื่อผิด ไม่ยอมคุยผ่านกล้องหรือไม่ยอมให้เห็นหน้า บ่ายเบี่ยงเมื่อขอเจอตัว เพราะมิจฉาชีพมักจะใช้รูปคนอื่นมาหลอกให้เหยื่อหลงรัก ถ้าคู่กรณีเป็นชาวต่างชาติจะใช้รูปฝรั่งผิวขาว หน้าตาตี อาชีพดูมีฐานะ คุยกันได้ไม่นานก็มีเรื่องให้ต้องเสียเงิน ซึ่งจะมาทั้งในรูปแบบมีเหตุจำเป็นให้เหยื่อโอนเงินให้ ชวนทำธุรกิจ ปัญหาชีวิตต่างๆ เพื่อให้เหยื่อสงสาร หรือการจ่ายค่าธรรมเนียมในการรับของขวัญที่เขาส่งมาให้ โดยมิจฉาชีพเหล่านี้จะให้คนกลางทำทีแสร้งว่าเป็นคนจากบริษัทขนส่ง หรือกรมศุลกากร เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียม เขียนภาษาอังกฤษผิดแกรมม่า เป็นเพราะว่า 99% เป็นพวกคนไนจีเรียปลอมตัวมาก่อเหตุ และสุดท้ายคือการที่คุยกันได้ไม่นานก็ชวนมีกิจกรรมเซ็กซ์ออนไลน์ผ่านทางกล้อง และระหว่างที่เหยื่อกำลังทำกิจกรรมเซ็กซ์ออนไลน์ผ่านกล้องอยู่นั้น อีกฝ่ายก็จะบันทึกภาพและเสียงตลอดกิจกรรม เพื่อนำมาแบล๊กเมล์ และเรียกเงินจากเหยื่ออยู่เรื่อยๆ หากถ้ายังไม่มั่นใจว่าคนที่เราคุยด้วยนั้นเป็นเหล่ามิจฉาชีพหรือไม่ ให้ลองชวนคุยผ่านกล้อง ถ้าบ่ายเบี่ยงไม่คุยหลายๆ ครั้ง ให้สงสัยก่อนเลยว่าอาจจะเป็นแก๊งหลอกลวง

