ผบก.ส.1 เผยเตรียมตั้งกรรมการสอบ ส.ต.ท.หญิง ทำร้ายทหาร ยันไม่ช่วยเหลือกัน

22.08.22 | 12:12 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม ที่ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 (บก.ส.1) พล.ต.ต.อุดร วงษ์ชื่น ผบก.ส.1 เปิดเผยกรณีมีรายงานข่าวว่า ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ บัวแย้ม ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส.1 จะต้องเข้ามารายงานตัวที่ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ภายในวันนี้ ว่า ได้มีหนังสือส่งตัวมาที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) แล้ว โดยอยู่ระหว่างรอหนังสือมาคาดว่าภายในวันนี้ ซึ่งตามระเบียบแล้ว หากหนังสือมาถึง จะต้องมารายงานตัวในวันเดียวกัน มิเช่นนั้นจะมีความผิดเพิ่ม ส่วนการตรวจสอบพฤติกรรมของตำรวจหญิงคนดังกล่าว จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในวันนี้ ยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือกันแน่นอน ส่วนจะถึงขั้นต้องให้ออกจากราชการหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการสอบสวนของทาง สภ.เมืองราชบุรี ว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไร ซึ่งมีการส่งข้อมูลเบื้องต้นมาแล้ว

พล.ต.ต.อุดรกล่าวอีกว่า ส่วนรายละเอียดการทำงานที่ บก.ส.1 ของตำรวจหญิงรายดังกล่าว มีการย้ายมาจากหน่วยอื่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายมาตามวงรอบปกติ มีการย้ายพร้อมกันกว่า 100 คน จากนั้นเข้ามาทำงานได้ระยะหนึ่ง ก็ถูกให้ไปช่วยราชการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งลักษณะการทำงานในด้านงานข่าวจะมีประสานหน่วยงานกันอยู่แล้ว รวมถึงตำรวจหญิงรายดังกล่าว สังกัดอยู่ใน กองกำกับการ 4 (กก.4) ซึ่งรับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 7 และ 8 ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างด้วย ซึ่งตำรวจหญิงคนดังกล่าว ตนเองได้รับรายงานว่า เริ่มเข้ามารับราชการตั้งแต่ปี 2560 แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่สังกัดใดก่อนหน้านี้ ซึ่งขั้นตอนการรับมีการตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตหรือไม่ ตนเองไม่สามารถตอบได้เนื่องจากไม่ได้อยู่ในส่วนความรับผิดชอบ เรื่องการรับบุคคลภายนอกเข้าบรรจุราชการ มีกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ทำหน้าที่เปิดรับสมัคร

พล.ต.ต.อุดรกล่าวอีกว่า ส่วนพฤติกรรมการทำงานยังไม่ได้รับรายงานความบกพร่องในหน้าที่ แต่จะต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งลักษณะการทำงานในกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำงานที่กองบังคับการทุกวัน เพราะลักษณะเป็นงานข่าว ต้องออกไปหาข่าวตามพื้นที่ต่างๆ ส่วนคำถามที่สังคมสงสัยว่าเหตุใดตำรวจหญิงคนดังกล่าวจึงมีทหารรับใช้ได้ ตนเองไม่ทราบ แต่ตามปกติ ไม่สามารถมีได้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจยศไหนก็ตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามในเรื่องการเข้ารับราชการของ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ เนื่องจากหากเข้ารับราชการในปี 2560 แต่ปัจจุบัน อายุจะครบ 44 ปีในเดือนหน้า จึงหมายความว่า เข้ารับราชการอายุเกิน 35 ปีตามระเบียบนั้น ทาง พล.ต.ต.อุดร ไม่ทราบถึงรายละเอียดดังกล่าว เพราะเป็นส่วนที่กองบัญชาการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในการคัดกรอง เป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ทางกองบัญชาการศึกษาได้ให้ข้อมูลว่าตามระเบียบ บุคคลที่มีอายุเกิน 35 ปีจะไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการสอบเข้ารับราชการตำรวจ แต่มีเงื่อนไขพิเศษบางประการ เช่น เป็นบุตรของอดีตตำรวจที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น

Advertisement

ข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นยังไม่มีการตรวจสอบว่าการเข้ารับราชการของ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ เป็นการสอบเข้ารับราชการผ่านกองบัญชาการศึกษาหรือไม่ เนื่องจากแต่ละปีมีผู้มาสมัครสอบหลักแสนคน จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้เข้ารับราชการตามช่องทางที่กองบัญชาการศึกษาเปิดสอบ อีกช่องทางที่สามารถเข้ามาเป็นตำรวจได้ คือต้นสังกัดเปิดรับเองเป็นกรณีไป