เด็กช่างกลสถาบันดัง ยกพวกวิ่งไล่ตีกัน จากแยกปทุมวัน ไปนอนเจ็บที่สนามกีฬา 2 คน
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สน.ปทุมวัน เข้าระงับเหตุกลุ่มนักศึกษาช่างกล 2 สถาบันกว่า 30 คน ทะเลาะวิวาท และมีการใช้อาวุธ ภายในลานกีฬาหน้าอาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ จึงนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล
โดยนักศึกษาจากสถาบันในพื้นที่ได้ยกพวกกว่า 30 คน วิ่งไล่ตีกันจากหน้าห้างเอ็มบีเค แยกปทุมวัน เข้ารุมทำร้ายตีกันแบบชุลมุนภายในลานกีฬาหน้าอาคารนิมิบุตร โดยมีเสียงดังไม่ทราบว่าเป็นอาวุธปืนหรือระเบิดปิงปอง แต่เมื่อตำรวจมาจึงแยกย้ายกันหลบหนี ทิ้งไว้เพียงคนเจ็บนอนอยู่ที่พื้น และอาวุธมีดตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ
ก่อนหน้านี้นักศึกษาทั้ง 2 สถาบันได้ยกพวกตีกันมาแล้วรอบหนึ่งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟฟ้า จึงได้เข้าระงับเหตุ และให้ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่กลับมารวมตัวอีกครั้งหลังเลิกเรียน และก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนมีผู้บาดเจ็บดังกล่าวในวันนี้

เมื่อเย็นวันเดียวกัน ตำรวจนครบาลประเวศ เข้าตรวจสอบเหตุนักเรียน สถาบันอาชีวะยกพวกไล่ตีกัน แล้วยังใช้ระเบิดปิงปองปาใส่กัน บนถนนอ่อนนุช ใกล้ปากซอยอ่อนนุช 70/1 ตรงข้ามอ่อนนุช 72
โดยขณะเกิดเหตุประชาชนสามารถบันทึกภาพไว้ได้เป็นกลุ่มนักเรียน สวมเสื้อแจ็คเก็ต นุ่งกางเกงขายาว สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขับขี่ซ้อนท้ายกันมา พร้อมใช้อาวุธท่อนเหล็ก ตลอดจนมีการใช้อาวุธปืนยิง และระเบิดปิงปองปาใส่กัน ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่สัญจรไปมา เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า มีกลุ่มวัยรุ่นคาดว่าเป็นนักเรียนอาชีวะ ประมาณ 10 กว่าคน ใช้อาวุธปืน และปาระเบิดปิงปองใส่กัน ทำให้ประชาชนต่างวิ่งหนี บางส่วนก็วิ่งเข้าตามร้านค้าในละแวกนั้น ซึ่งตัวเองก็ได้นำลูกของตัวเองไปหลบด้วย หลังจากทั้ง 2 กลุ่มตีกันเสร็จ ต่างพากันแยกย้ายหลบหนี เหมือนไม่มีอะไรขึ้น ทั้งที่ตอนนั้นตำรวจก็ยังไม่ได้เข้ามาระงับเหตุ
ส่วนตัวไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้น เนื่องจากไม่ได้มีเหตุแบบนี้มานานแล้ว และไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ถ้าหากมีใครได้รับอันตรายก็ไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องได้จากใคร
ด้าน พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผู้กำกับการ สน.ประเวศ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ตำรวจลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตลอดจนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

