ผบช.น.เตรียมใช้ คฝ.เฝ้าจุดเสี่ยงจัดพื้นที่เซฟโซนป้องกันช่างกลรวมตัวตีกัน

26.08.22 | 12:49 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน เพื่อประชุมหาแนวทางป้องกันเหตุนักศึกษา 2 สถาบันย่านปทุมวันยกพวกตีกัน บริเวณลานกีฬาหน้าอาคารนิมิบุตร สนามศุภชลาศัย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยมีตัวแทนของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เข้าร่วมประชุมหารือ


พล.ต.ท.สำราญเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตำรวจวางหลายมาตรการในการป้องกันทั้งส่งตำรวจไปประจำจุด ทำบัญชีนักศึกษา ศิษย์เก่า หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ทำไปได้ระดับหนึ่งแล้วรวมถึงการเข้าตรวจค้นเชิงรุกเพื่อตรวจยึดอาวุธ หรืออุปกรณ์ที่เตรียมไว้ใช้ในการก่อเหตุ บางสถาบันให้ความร่วมมือบางสถาบันไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร จึงต้องเรียกตัวแทนของทั้ง 2 สถาบันมาหารือเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

ผบช.น.กล่าวอีกว่าอาจมีการนำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ไปประจำจุดใกล้กับสถานที่ที่มักเกิดเหตุทะเลาะวิวาท หรือใกล้เคียงกับสถาบันที่มักพบปัญหาบ่อย เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งกำลังเข้าระงับเหตุ รวมถึงจะพิจารณาจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อตามจับกุมผู้ก่อเหตุทันที นอกจากนี้จะมีการหารือประเด็นมาตรการจัดเซฟโซนของแต่ละสถาบัน ตลอดจนมาตรการการตรวจค้นอาวุธด้วย

ด้าน พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า อีกมาตรการที่พูดคุยคือการกำหนดพื้นที่ Safe Zone ฝ่ายอาจารย์ทั้ง 2 สถาบันลงความเห็นร่วมกันว่า จะใช้พื้นที่ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ไปจนถึงช่วงบริเวณหน้าสนามกีฬาศุภชลาศัย โดยตำรวจจะวางกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบบริเวณนี้ รวมทั้งปรับตารางการเรียนการสอนของ 2 สถาบัน ให้เหลื่อมเวลาเรียนกัน ป้องกันการรวมตัว

Advertisement

พ.ต.อ.พันษากล่าวว่า ส่วนสาเหตุการทะเลาะวิวาทเมื่อวันที่ 25 ส.ค.เป็นเรื่องของ 2 สถาบัน ที่ขัดแย้งมายาวนาน ไม่เกี่ยวกับการล้างแค้นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ร่วมก่อเหตุเป็นนักศึกษาปี 2 ที่ถูกรุ่นพี่ และอดีตนักศึกษาที่จบไปแล้วเป็นแกนนำชักชวน โดยตำรวจมีข้อมูลหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายเรียก ผู้ร่วมก่อเหตุฝั่งละประมาณ 30 คน และอยู่ระหว่างประสานอาจารย์เพื่อนำตัวมาให้ข้อมูลกับตำรวจ ร่วมทั้งฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ร่วมก่อเหตุ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง รวมถึง ความผิดเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายผู้อื่นฯ และหลัง 2 สถาบันก่อเหตุแล้วตำรวจเข้าตรวจค้นทั้ง 2 สถาบัน แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งผู้บริหารทั้ง 2 สถาบัน ยืนยันให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากพบตัวผู้กระทำความผิด นอกจากคดีอาญาแล้ว ก็จะโดนบทลงโทษของสถาบันถึงขั้นให้พ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษาด้วย ส่วนอาการผู้บาดเจ็บ 3 คน ออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว 2 คน เหลืออีก 1 คนยังรักษาตัวอยู่