เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่ สน.โชคชัย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พา น.ส.แนน (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ดารานักแสดง ผู้กล่าวหาว่าถูกนายอภิดิศร์ อินทุลักษณ์ หรือเอ็ม ข่มขืนที่พูลวิลลา เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา เข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายอภิดิศร์ ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เรื่องเข้าถึงระบบโดยมิชอบ และเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลในโทรศัพท์ และข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
นายษิทรากล่าวว่า หลังไปร้องทุกข์ที่กองปราบปรามได้มีการตรวจสอบโทรศัพท์ พบว่าแชตที่มีการคุยกับผู้ต้องหาได้ถูกลบออกไปตอนน้องหมดสติ จึงเดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติม โดยแชตข้อความที่ถูกลบมีการพิมพ์ตอบโต้กับผู้ต้องหาเรื่องงานก่อนเกิดเหตุ ซึ่งถูกลบออกไปหมด เกิดจากที่ผู้ต้องหาลบข้อความไปในระหว่างที่ผู้เสียหายหลับ โดยโทรศัพท์สามารถสแกนใบหน้าของผู้เสียหายได้ขณะหลับตา
นายษิทรากล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ในทำนองว่าผู้เสียหายทำการแบล๊กเมล์ จึงขอแจ้งความเพิ่มเติม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา วันเกิดเหตุผู้เสียหายทะเลาะกับพี่สาว จึงแชตถามว่า มีที่พักแนะนำไหม ซึ่งเป็นการที่ผู้เสียหายไปนอนคนเดียว ไม่ได้ชวนผู้ต้องหาไปนอนด้วย แต่แชตดังกล่าวหายไปหมด ถ้าหากผู้ต้องหาจะแสดงแชต ก็ขอให้เอาออกมาให้หมด ภายหลังแชตได้หายไป ทางผู้เสียหายได้ติดต่อขอข้อความจากที่คุยปรึกษากับทางผู้จัดการคนหนึ่งในวงการบันเทิงเพื่อนำมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน เกี่ยวกับขอคำแนะนำในการเลี่ยงไม่รับงานกับผู้ต้องหารายนี้ สำหรับการดำเนินคดีแจ้งความในพื้นที่ สน.โชคชัยนั้น ก่อนหน้านี้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 8 ข้อหา และวันนี้แจ้งเพิ่มอีก 2 ข้อหา คือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ขณะที่ น.ส.แนนเปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความไว้ใจ โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาไม่เคยมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางเพศเลย ทำให้เกิดความไว้ใจ ที่ผ่านมาเคยไปคุยงานในวงการก็จะมีพี่สาวไปคุยด้วย แต่ครั้งนี้ไปเพียงลำพังคนเดียว ด้วยความไว้ใจ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยอมรับว่าดื่มแต่ดื่มไม่มาก หลังจากวันนั้นเดินออกมาจากโรงแรมก็ไม่รู้สึกตัวอะไรจนกระทั่งมีการแชตคุยเพื่อหลอกถามว่ามีการล่วงเกินทางเพศหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายษิทราและ น.ส.แนนได้เข้าพบ พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รอง ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย ร่วมสอบสวน โดยการมาแจ้งความครั้งนี้เจ้าหน้าที่แยกรับเรื่องของฝ่ายผู้เสียหาย ออกจากห้องสอบสวนตัวผู้ต้องหา เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันของทั้งสองฝ่าย โดยขณะที่ผู้ต้องหายังคงสอบสวนกว่า 6 ชั่วโมงยังไม่แล้วเสร็จ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


