ศาลตรวจหลักฐานคดียิงถล่มรถนายก อบต.บางสมบูรณ์ 3 จำเลยให้การปฏิเสธสู้คดี นัด 23 ก.พ.66

29.08.22 | 16:07 น.
แฟ้มภาพ

ศาลตรวจหลักฐานคดียิงถล่มรถนายก อบต.บางสมบูรณ์ พร้อมอ่านอธิบายคำฟ้องและสอบคำให้การ 3 จำเลยให้การปฎิเสธขอต่อสู้คดี นัดสืบพยานโจทก์ปากแรก 23 ก.พ.ปีหน้า


เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายธวัชชัย ศรีชาณ กับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาอื่นๆ เกี่ยวพันกัน

คดีนี้อัยการโจทก์ฟ้องสรุปว่า จำเลยที่ 1-3 กับพวกซึ่งเป็นผู้ใช้จ้างวานที่หลบหนีได้บังอาจร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ระหว่างเวลากลางวันถึงเวลากลางคืนหลังเที่ยง ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1-2 กับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้บังอาจร่วมกันมีอาวุธปืน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนมากกว่า 60 นัด ซึ่งเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเล็กกลที่ใช้ในการสงครามแบบที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

นอกจากนี้พวกจำเลยยังได้พาอาวุธปืนดังกล่าวไปตามถนนสายน้ำตกสาริกามุ่งหน้าอำเภอเมืองนครนายก ต่อเนื่องไปตามถนนสายปากท่อบางปรังมุ่งหน้าเตยน้อย ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก อันเป็นเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาดให้มีอาวุธปืนติดตัวและโดยไม่มีเหตุสมควร และไม่เป็นกรณีที่ต้องมีอาวุธปืนติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน โดยมีเจตนานำไปใช้ฆ่า นายญาณกร โต้ประยูร ผู้เสียหายที่ 1 นายสมชาย ม่วงเทศ ผู้เสียหายที่ 2 นายวัชระ นุชแดง ผู้เสียหายที่ 3 และนายชาญ เจริญรุ่งเรือง ผู้เสียหายที่ 4 โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามที่มีผู้ใช้จ้างวานโดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแอททราจ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับแล่นติดตามรถยนต์ตู้ยี่ห้อฮุนได สีดำ คันหมายเลขทะเบียน ฮย 9622 กรุงเทพมหานคร ที่ผู้เสียหายทั้งสี่นั่งมา จากถนนสายน้ำตกสาริกามุ่งหน้าอำเภอเมืองนครนายก ถึงสามแยกปากท่อบางปรังเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสายปากท่อบางปรัง มุ่งหน้าเตยน้อยถึงที่เกิดเหตุบริเวณทางโค้งตายศ ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก อันเป็นเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ

Advertisement

จำเลยที่ 1-2 กับพวก ร่วมกันใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ยิงถล่มทางด้านขวาของรถยนต์ตู้คันหมายเลขทะเบียน ฮฮ 9622 กรุงเทพมหานคร ที่ผู้เสียหายทั้งสี่นั่งมา จำนวนหลายนัด โดยใช่เหตุ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2-3 ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายที่ 1 และ 4 ไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาฆ่าโดย
ไตร่ตรองไว้ก่อนของจำเลย เพียงแต่ผู้เสียหายที่ 1 ถูกกระสุนบริเวณ แขน ขา เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน ปรากฏตามรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลของผู้เสียหายที่ 1 และรายงานการชันสูตรพลิกศพและรายงานการผ่าศพของผู้เสียหายที่ 2-3 เหตุเกิดที่ ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก

นอกจากนี้เมื่อระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2565 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 3 เพื่อช่วยจำเลยที่ 1-2 กับพวก มีให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลงได้บังอาจร่วมกับจำเลยที่ 1 กับพวก นำรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแอททราจ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลข คันที่จำเลยที่ 1-2 กับพวกใช้เป็นยานพาหนะก่อเหตุ นำไปให้อู่ซ่อมรถของผู้มีชื่อขายหรือทำลายทิ้งโดยให้ค่าดำเนินการแก่อู่ซ่อมรถดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท อันเป็นการทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1-2 กับพวก โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายเหตุเกิดที่ ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก และตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เกี่ยวพันกัน

ชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธของกลาง เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ระหว่างสอบสวน จำเลยทั้งสามถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันถูกจับกุมตลอดมา ขณะนี้จำเลยทั้งสามต้องขังอยู่ตามหมายขังของศาลอาญา หากจำเลยทั้งสามขอปล่อยตัวชั่วคราว ขอคัดค้าน เนื่องจากคดีมีระวางโทษจำคุกสูงถึงประหารชีวิตเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี ก่อนคดีนี้จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลจังหวัดปราจีนบุรี ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน ปรับ 247,500 บาท ในความผิดฐานครอบครองยาเสพติดให้โทษเพื่อจำหน่าย พ้นโทษเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 จำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้ภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษในคดีดังกล่าว ทั้งการกระทำความผิดในคดีก่อนและคดีนี้มิใช่การกระทำความผิดประมาทหรือความผิดลหุโทษ และจำเลยกระทำความผิดทั้งสองคดีในขณะมีอายุเกินกว่า 18 ปี และจำเลยมีประวัติกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษมาอย่างต่อเนื่องหลายคดี ปรากฏตามประวัติของกองทะเบียนประวัติอาชญากรที่โจทก์แนบมาเพื่อประกอบดุลพินิจในการลงโทษจำเลยที่ 2

ขอศาลได้พิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และขอศาลได้สั่งริบของกลางทั้งหมด และเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย

โดยศาลนัดพร้อมเพื่อประชุมคดีในวันนี้ ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสามซึ่งมีทนายความฟังแล้ว จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือยุทธภัณฑ์ไว้ใน
ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2-3 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

โจทก์แถลงว่า ประสงค์สืบพยานบุคคล รวม 65 ปาก
ทนายจำเลยที่ 1 แถลงว่า ประสงค์สืบพยานทั้งหมด 7 ปาก ส่วนจำเลยที่ 2-3 ขอสืบพยานคนละ 6 ปาก

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี คำแถลงของโจทก์และทนายจำเลยทั้งสามประกอบคำให้การของจำเลยทั้งสามแล้ว เห็นสมควรกำหนดให้นัดสืบพยานโจทก์ 11 นัด นัดสืบพยานจำเลยทั้งสามรวมกัน 3 นัด นัดสืบพยานโจทก์ปากแรกวันที่ 23 ก.พ.2566