อนันต์ เปิดผลวิจัยฮ่องกงสูตรไขว้วัคซีน 3 เข็มสร้างภูมิสูงจริง แต่ยังติดโควิดได้

30.08.22 | 09:13 น.

อนันต์ เปิดผลวิจัยฮ่องกงสูตรไขว้วัคซีน 3 เข็ม สร้างภูมิสูงจริง แต่ยังติดโควิดได้

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana

ถ้ายังจำได้ว่าช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ฮ่องกงโดนการระบาดของ BA.2 หนักมาก คาดการณ์ว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อในประเทศอาจมีมากกว่า 50% ของประชากร ในช่วงเวลาเดียวกันทีมวิจัยที่ University of Hongkong ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มกระตุ้นในประชากรของประเทศพอดี เนื่องจากฮ่องกงมีการใช้วัคซีนเพียงแค่ 2 ชนิด คือ CoronaVac (Sinovac) กับ mRNA ของ Pfizer กลุ่มที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มแรกก็จะมีแค่ C-C (Sinivac x2) กับ B-B (Pfizer x2) แต่ละกลุ่มจึงได้ถูกแบ่งต่อเพื่อได้รับวัคซีนเข็ม 3 ซึ่งอาจจะเป็น CoronaVac หรือ Pfizer ซึ่งทำให้การศึกษามีอยู่ 4 กลุ่มด้วยกันคือ CC-C (Sinovac x3), CC-B (Sinovac x2 เข็ม 3 Pfizer), BB-C (Pfizer x2 เข็ม 3 กระตุ้นด้วย Sinivac) และ BB-B (Pfizer x3)

การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจภูมิยับยั้งกับไวรัสตัวจริง พบว่ากลุ่ม BB-B และ CC-B ให้ค่าแอนติบอดีในการยับยั้งไวรัสได้สูงสุดในทุกกลุ่ม แต่ไวรัสในกลุ่มโอมิครอน BA.1, BA.2 ให้ค่าการยับยั้งน้อยลง ต่ำกว่าไวรัสสายพันธุ์เดิมมากกว่า 10 เท่า กลุ่มที่กระตุ้นด้วย CoronaVac ไม่ว่าจะ 2 เข็มแรกไปฉีดอะไรมา ดูเหมือนไม่สามารถกระตุ้นแอนติบอดีต่อ BA.1 และ BA.2 ได้เลย ผลจากแอนติบอดีที่ยับยั้งไวรัสในห้องแล็บชัดว่า กระตุ้นด้วย mRNA vaccine จะได้ผลที่ดีกว่า แต่ที่น่าสนใจคือ ทีมวิจัยนำตัวอย่างไปดู T cell ด้วย ซึ่งพบว่า T cell ในกลุ่มที่เคยฉีด CoronaVac มาก่อน แล้วกระตุ้นด้วย CoronaVac หรือ Pfizer มีการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบได้ คือ สูงขึ้นภายใน 7 วัน แต่กลุ่มที่ฉีด Pfizer มา แล้วกระตุ้น กลับไม่พบการเปลี่ยนแปลงของ T cell ซึ่งน่าสนใจครับว่า โปรตีนต่างๆ ที่ไวรัสเชื้อตายทำให้ร่างกายเห็นอาจเป็นสิ่งที่ T cell เห็นชัดกว่า

จุดที่น่าสนใจที่สุดของงานนี้อยู่ตรงที่อาสาสมัครแต่ละกลุ่มที่ได้วัคซีนไปต้องไปอยู่ในช่วงของการระบาดหนักในประเทศในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทีมวิจัยพบว่ามี 59 คน ไปติดโควิดมา และแบ่งไปตามกลุ่มต่างๆ ซึ่งตัวเลขเมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้วพบว่า กลุ่ม CC ไม่ว่าจะกระตุ้นด้วย CoronaVac หรือ Pfizer ติดโควิดได้เท่าๆ กัน แยกไม่ออก ถึงแม้ค่าแอนติบอดีที่กลุ่ม CC-B จะสูงกว่า CC-C แต่ก็อยู่ในระดับที่ไม่พอต่อการป้องกันการติดเชื้ออยู่ดี ส่วนกลุ่ม BB จะเห็นว่ากลุ่มที่ไปกระตุ้นด้วย CoronaVac ติดเชื้อได้สูงกว่าคนที่กระตุ้นด้วย Pfizer แต่ถ้าดู % ในแกน Y จริง กลุ่ม BB-B ก็ดูเหมือนไปต่างจาก CC-C และ CC-B เช่นเดียวกัน เพียงแต่กลุ่ม BB-C ที่อาจขึ้นสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ

งานวิจัยนี้ดูที่จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อ แต่ไม่ได้แยกอาการหนักเบาครับ ยังไม่เห็นภาพว่า มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มหรือไม่อย่างไร

Advertisement