ข่าวหน้า 1 ตื่นตา ’11ช้าง’ ถวายสักการะ หมอบอาลัยหน้าพระราชวัง

ร่วมสักการะ - ขบวนช้าง 11 เชือก ที่มูลนิธิพระคชบาลและชาวช้างกลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน นำมาแต่งคชาภรณ์ เดินยกขาหน้า ชูงวงและส่งเสียงดัง ก่อนไปหมอบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน

‘ท่านมุ้ย’ เข้าทำเนียบพบ ‘บิ๊กตู่’ ชื่นชมเอ็มวีเพลงสรรเสริญ ยูเอ็นขอ 9 ภาพในหลวงเด็กเพาะช่างจัดแสดง ลงทะเบียนแสตมป์ 5 ล้านคน เปิดแลกธนบัตร 2 แบบล็อตสุดท้าย 9 พ.ย. ด้านมูลนิธิพระคชบาลนำช้าง 11 เชือกร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

@ พระเทพฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ดำเนินมาเป็นวันที่ยี่สิบหก และสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ทุกวัน เป็นวันที่สิบเอ็ด

เวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และคุณพลอยไพลิน เจนเซน เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหารสวดพระอภิธรรม จากนั้นได้ถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม

เวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร

@ ฟ้าหญิงจุฬาภรณฯเสด็จ

เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรม

เวลา 19.00 น. ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า มีจำนวน 34,712 คน รวม 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-7 พฤศจิกายน มีจำนวนประชาชนที่เดินทางมาทั้งสิ้น 283,716 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,716,758 บาท รวม 10 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 17,160,972.50 บาท

@ พสกนิกรหลั่งไหลแม้ฝนตก

สำหรับบรรยากาศการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีฝนตกตลอดคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน ต่อเนื่องช่วงเช้าวันที่ 8 พฤศจิกายน แต่พสกนิกรผู้จงรักภักดีจำนวนมากยังคงต่อแถวรอยาวหลายกิโลเมตรเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ และต่างใช้อุปกรณ์กันฝนเท่าที่มีอยู่ ทั้งร่ม เสื้อกันฝน กระดาษรวมทั้งถุงพลาสติก

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้เปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศก่อนเวลาจริงตั้งแต่เวลา 05.00 น. ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี ผ่านพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่กำแพงแก้วของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อขึ้นไปถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ

ต่อมาเวลา 08.30 น. ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวซื้อบัตรเที่ยวชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งแม้ว่ามีฝนตกลงมา ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และได้เปลี่ยนเส้นทางให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะทางประตูมณีนพรัตน์ ผ่านระเบียงคด และพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่กำแพงแก้วของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อขึ้นไปถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ และเดินออกทางประตูศรีสุนทร และเทวาภิรมย์ ส่วนพสกนิกรที่นั่งบนรถวีลแชร์เข้าทางประตูวิเศษไชยศรีตามเดิม

@ ชาวเขาเผ่าลัวะถวายอาลัย

นายเสาร์ ตาหมั่น ชาวเขาเผ่าลัวะ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เดินทางพร้อมกับญาติและชาวเขาในเผ่าทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ กว่า 20 คน ออกเดินทางตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถึงบริเวณท้องสนามหลวงตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ กล่าวว่า ทุกคนตั้งใจที่จะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ เพราะในหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวเขาเผ่าลัวะเป็นอย่างยิ่ง ตนรู้สึกซาบซึ้งใจที่พระองค์ทรงช่วยเหลือและทำให้ชาวเขาเผ่าลัวะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปัจจุบันมีการทำการเกษตร ปลูกผัก และปลูกข้าว มีเจ้าหน้าที่จากโครงการหลวงมารับซื้อผลผลิต

นางผ่องศรี คุ้มศิลป์ อายุ 81 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ได้เคยรับเสด็จพระองค์ตอนที่พระองค์เสด็จฯ มาประทับเพื่อรักษาพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งขณะที่พระองค์เสด็จฯผ่าน ก็ได้ตรัสถามว่า ยายอายุเท่าไร ยายในขณะนั้นอายุ 70 กว่าปี พระองค์ก็ทรงพยักหน้ารับรู้และเสด็จฯผ่านไป โดยยายรู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้ใกล้ชิดพระองค์

น.ส.ณัฐวดี-น.ส.จิดาภา และ น.ส.อังคา ปฐมทอง สามพี่น้อง ชาวกรุงเทพมหานคร ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ทั้งสามพี่น้องกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ท่วมใจ ไม่สามารถพูดออกมาได้หมด รู้แต่ว่าวันนี้ดีใจมากที่ได้มาอยู่ใกล้พระองค์จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป ก็จะขอทำความดีเพื่อพระองค์โดยที่ไม่ต้องรอโอกาส ยึดความพอเพียง ความเสียสละ เพราะพระองค์ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อพวกเรามามากแล้ว จึงขอเดินตามรอยพ่อทุกอย่าง”

@ บัณฑิตใหม่ตื้นตัน-น้ำตาไหล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงบ่ายถึงเย็น พสกนิกรชาวไทยยังเดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างเนืองแน่น น.ส.อรวรรณ นาเมือง ชาวสุพรรณบุรีบัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตารื้นว่า ขณะที่เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกตื้นตันอย่างมากและน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ ในส่วนตัวได้นำแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะครอบครัวมีอาชีพทำการเกษตร ปลูกข้าว ปลูกผัก เน้นการพึ่งพาตนเองแบบพออยู่พอกิน หากมีเหลือก็แบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง

@ พระบรมฯพระราชทานอาหาร

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรม

โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ในพระองค์ นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน สำหรับเมนูอาหารพระราชทานประกอบด้วย มื้อเช้า ข้าวกล้องหมูสับเห็ดหอม 1,000 ชุด มื้อกลางวัน ซูชิ โรบอท 2,200 ชุด คั่วกลิ้ง 1,500 ชุด ผลไม้ 4,000 กล่อง และสลัดผัก 900 ชุด ขณะที่มื้อเที่ยง ซาลาเปา 1,000 ลูก ขนมไทย 1,000 ชุด และน้ำสมุนไพร 500 ลิตร สำหรับมื้อเย็น ผัดเผ็ดหมูป่า ปลาดุกทอดกรอบผัดกะเพรา และทอดมันปลากราย อย่างละ 2,000 จาน

@ องค์โสมฯประทานไก่ทอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้ปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามปิดทำการเมื่อเวลา 16.00 น. หลังจากนั้นได้เปลี่ยนให้พสกนิกรที่มารอถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี แทนการเข้าที่ประตูมณีนพรัตน์

ทั้งนี้ บริเวณหน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ ที่รถโรงครัวเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โปรดให้เจ้าหน้าที่แจกจ่ายข้าวเหนียวไก่ทอดให้กับพสกนิกร

ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ โดยจัดเตรียมไก่ทอดจำนวน 1,300 กิโลกรัม และข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม โดยมีเหล่าศิลปินแกรมมี่ นำโดย น.ส.ศรัญญา มะหาวงค์ หรือ “เอิ้นขวัญ วรัญญา” และศิลปินวงพาราต้า ร่วมห่อและแจกอาหาร รวมทั้งยังมีเอกชนร่วมนำมะม่วง ลูกพลับ และมะเขือเทศ มาแจกด้วย

@ ‘ทูลกระหม่อม’รับสั่ง’เดินหน้ามีนํ้าใจ’

เมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี รับสั่งกับคนไทยในกรุงลอนดอนและสื่อมวลชนไทยระหว่างเสด็จร่วมงาน “เวิลด์ ทราเวิล มาร์เก็ต 2016” ณ คูหาประเทศไทย ที่ตึกเอ็กซ์เซล เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศกำลังแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช การให้กำลังใจเราต้องไปร่วมด้วย เหมือนเราไปพูดคุยไปร่วมถามทุกข์สุข เรื่องทุกข์โศกเราก็ทุกข์โศกอยู่แล้ว แต่เหมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกัน มีพ่อคนเดียวกัน ไม่ใช่เศร้าอยู่แล้วทำอะไรไม่ได้ เราต้องเดินไปข้างหน้า เรามีอนาคต และเราต้องช่วยกันทุกคน ต้องร่วมมือร่วมใจกัน อันที่จริงแล้วได้แรงบันดาลใจจากการเสียน้องพุ่มไป ตอนนั้นเราทำงานกับชุมชนอยู่แล้ว คนทั่วประเทศก็มาให้กำลังใจ อย่างในงานพระราชทานเพลิงศพมีคนมาเป็นล้านคน มาจากทั่วประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรับสั่งถามว่าคนเหล่านี้เป็นใคร ได้ทูลตอบว่าคนเหล่านี้ก็คือประชาชนของพระองค์ ทุกคนมาช่วยทำให้มีกำลังใจเพราะเราต้องเดินหน้ากันต่อไป ช่วงเวลานี้ต้องช่วยกันแบบนี้ มีน้ำใจกันแบบนี้ เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกันแบบนี้

@ ช้าง11เชือกร่วมถวายสักการะ

เมื่อเวลา 06.30 น. ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน มูลนิธิพระคชบาลและชาวช้างกลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน 200 คน พร้อมช้าง 11 เชือกเดินทางมาเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ เจ้าหน้าที่นำช้างจำนวน 11 เชือก ซึ่งเป็นช้างงางาม เพศผู้ จากมูลนิธิพระคชบาล เดินทางโดยรถบรรทุกจำนวน 3 คัน มาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะนำมาแต่งองค์ทรงเครื่อง หรือที่เรียกว่า คชาภรณ์ หรือเครื่องทรงช้าง เป็นผ้าโทนสีดำ-ขาว สวยและสง่างาม และผู้ดูแลช้างอีกกว่า 200 คนที่แต่งกายในลักษณะชุดขุนศึกและจะร่วมเดินขบวนกับช้าง

ต่อมาเวลา 09.09 น. ที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง ประตูมณีนพรัตน์ ทางมูลนิธิพระคชบาลและชาวช้างกลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน 200 คน ได้นำช้างเพศผู้จำนวน 11 เชือกประกอบไปด้วย 1.พลายวัง เป็นช้างนำขบวนที่อัญเชิญ

พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2.พลายงาทอง เป็นช้างอัญเชิญกลอง ทำหน้าที่มโหรี เพื่อสั่งการแปลงแถว 3.พลายกิ่งแก้ว 4.พลายใหญ่ยิ่ง 5.พลายมรกต 6.พลายสยาม 7.พลายนพเก้า 8.พลายแรมโบ้ 9.พลายจันบุญ 10.เพื่อนแก้ว 11.สีดอบุญรอด ซึ่งช้างเพื่อนแก้วและช้างสีดอบุญรอดนั้น เป็นช้างแทรกไม่มีงา จึงไม่ถูกเรียกว่าพลาย

@ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ทั้งนี้ ทางขบวนช้างและทางกลุ่มชาวช้างได้ยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีหน้าประตูมณีนพรัตน์ จากนั้นนำช้างทำการแปลงแถว ก่อนที่ช้างจะนั่งลงยกงวงถวายสักการะพระบรมศพ ส่วนกลุ่มชาวช้างก็นั่งลงกับพื้นก้มกราบหันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง จากนั้นได้ลุกขึ้นแล้วแปลงแถววน 4 ทิศ เพื่อให้ประชาชนได้ถ่ายรูปและแสดงความชื่นชม ทางช้างก็ได้ยกขาหน้าชูงวงส่งเสียงดังพร้อมกันสร้างความประทับใจให้กับประชาชนโดยรอบอย่างยิ่ง ทั้งนี้ การแสดงของขบวนช้างใช้เวลาการแสดงทั้งหมด 30 นาที ก่อนจะเดินทางกลับไปที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเพื่อเดินทางกลับ จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อไป ทั้งนี้ ก่อนที่ขบวนช้างจะถวายสักการะพระบรมศพ ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก แต่เมื่อขบวนช้างเริ่มถวายสักการะพระบรมศพ ฝนได้หยุดตกทันทีเป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ประชาชนที่เฝ้าชมเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

นายอิทธิพันธุ์ ขาวละมัย เลขานุการมูลนิธิพระคชบาล กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่ช้างและพระคชบาลและชาวช้างกลุ่มคชสารคู่แผ่นดินมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ ก่อนที่จะนำช้างทั้ง 11 เชือกมาได้มีการทำพิธีปัดสะ โดยพระอาจารย์แดง วัดป้อมรามัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อความเป็นสิริมงคล ช้างทั้งหมดนี้เคยผ่านการฝึกและผ่านพิธีรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาแล้ว เมื่อครั้งเสด็จฯ ณ ทุ่งมะขามหย่อง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ปี 2555 อย่างไรก็ตาม พิธีดังกล่าวเป็นการรวมตัวกันของช้างทั่วประเทศ โดยคัดจากคชลักษณ์ งา เล็บ ว่าช้างตัวนั้นมีลักษณะดีอย่างไร สำหรับการเดินขบวนนั้น ช้างเดินพาเหรดมีทั้งหมด 9 เชือก ช้างนำ 1 เชือก ช้างบรรทุกกลอง 1 เชือก และช้างแทรก 1 เชือก ช้างแทรกจะไม่มีงาเนื่องจากทำหน้าที่ค่อยดูแลช้างต่างๆหากเกิดการชกกัน จะเป็นช้างที่ค่อยห้ามโดยการเข้าไปแทรกกระหว่างช้าง 2 ตัว ต่อมาเวลา 10.30 น. ชาวช้างเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

@ ควาญสัตวแพทย์หญิงชี้รู้สึกร่วม

นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล กล่าวว่า คนในกระบวนช้างทั้งหมดมาจากทั่วประเทศ 200 คน ช้างมาทั้งหมด 11 เชือกเป็นช้างที่มีคชลักษณ์งดงามมากใช้เวลาในการค้นหาเพียง 12 วันจากทั่วประเทศ วินาทีขณะถวายสักการะพระบรมศพ ทั้งช้างทั้งคนได้ทำสุดชีวิตสุดความสามารถสุดกำลัง

สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธุ์ หรือ น้องพลอย ผู้ฝึกสอนช้างและสัตวแพทย์ของวังช้างแลเพนียด เป็นควาญช้างหญิงขี่ช้างเพื่อนพร้อมกับฝูงช้างเผือกมาถวายสักการะพระบรมศพ กล่าวว่า เพิ่งสำเร็จการศึกษาเมื่อปีที่แล้ว อยู่กับช้างมา 10 ปี และมีความผูกพันกับช้างมาก ทั้งนี้ ในการฝึกตนได้บอกว่าการแสดงครั้งนี้พิเศษมาก ช้างรับรู้ได้ในความรู้สึกของควาญร่วมกัน

@ ‘บิ๊กแป๊ะ-ศานิตย์’ควักซื้อร่ม

ที่บริเวณท้องสนามหลวง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ได้ลงพื้นที่ตรวจ บริเวณรอบพระบรมมหาราชวังและบริเวณโดยรอบสนามหลวงหลังจากมีการประชุมที่เต็นท์กองอำนวยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีประชาชน คอยเข้าคิวรอถวายสักการะพระบรมศพ

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ระยะนี้ยังมีฝนตกหนักและแดดแรงจัด เกรงว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์จัดหาร่มจำนวน 1,500 คัน โดยใช้เงินส่วนตัวของตนเอง กระจายใน 8 จุด คัดกรองรอบท้องสนามหลวง เพื่อให้บริการประชาชนได้ยืมใช้บริการ โดยขอความร่วมมือส่งมอบคืนก่อนออกนอกพื้นที่ด้วย

@ ‘ท่านมุ้ย’เข้าทำเนียบพบ’บิ๊กตู่’

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล พร้อมคณะได้เดินทางมาพบเพื่อรายงานมิวสิกวิดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมี

ม.จ.ชาตรีเฉลิมให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า มิวสิกวิดีโอนี้ไม่ใช่ตนเป็นคนทำเพียงคนเดียว แต่เป็นประชาชนคนไทยกว่า 3 แสนคนร่วมกันทำ และถือเป็นผลงานชิ้นที่ยิ่งใหญ่ ทั้งนี้จะมีการประชุมกันอีกครั้งว่าจะปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงนี้เมื่อใด เพราะไม่อยากให้มิวสิกวิดีโอหลุดออกมาก่อน แต่อยากให้เผยแพร่พร้อมกันทั้งสื่อโทรทัศน์ โรงภาพยนตร์รวมถึงป้ายโฆษณาและจะมีเวอร์ชั่นเดียว ไม่มีเวอร์ชั่นอื่นอีก

“นายกฯได้ชมแล้วและชอบมาก เหลือเพียงการนำกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ว่าจะมีพระราชวินิจฉัยออกมาอย่างไร” ม.จ.ชาตรีเฉลิมกล่าวและว่า สำหรับมิวสิกวิดีโอนี้จะมีการพูดถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงแรกโดยมีความยาวรวม 10 นาที ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเรื่องการปล่อยมิวสิกวิดีโอ อย่างไรก็ตามยังไม่มีแผนการทำภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติออกมาแต่อย่างใด

@ นายกฯชมเอ็มวีเพลงสรรเสริญ

พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า ได้รับชมแล้วถือว่าดี แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องนำกราบบังคมทูลขอพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารจะดีกว่า เนื่องจากมีการนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาถ่ายทอดด้วย ทั้งนี้ พระองค์ท่านจะได้ทรงพิจารณาความเหมาะสมว่าจะเผยแพร่ได้ในช่วงใด จะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรับสั่งไว้ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ 70 ปี ยังสามารถนำไปปรับใช้ได้จนถึงปัจจุบัน ต้องมองที่พระบรมราโชบายหรือหลักการของพระองค์ท่านว่าคืออะไร จากนั้นก็จำแนกเป็นกิจกรรมที่ไปเกิดเป็นโครงการหลวงต่างๆ กว่า 4,000 โครงการ ฉะนั้นจะต้องมีหลายอย่างที่เกิดในลักษณะจุลภาคคือเกิดจากชุมชนต่างๆ ได้สำเร็จไปแล้ว วันนี้ต้องมองว่าจะเอาสิ่งที่พระองค์รับสั่งมาเชื่อมโยงกันได้อย่างไร เหมือนกับรัฐบาลมีนโยบายนำพระบรมราโชบายมาสู่การปฏิบัติ พระองค์ทรงเริ่มต้นอะไรไว้หมดแล้ว การปฏิบัติของพระองค์คือตัวอย่าง รัฐบาลต้องไปเริ่มในระยะที่ผ่านมา 3 ปี ให้เกิดกิจกรรมที่มีผลสัมฤทธิ์จะได้เป็นแรงในการชักนำผู้อื่นให้ทำตาม

@ ยูเอ็นขอ9ภาพในหลวงจัดแสดง

นายบรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) รัตนโกสินทร์ เปิดเผยว่า ทางวิทยาลัยเพาะช่างได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ขอพระบรมสาทิสลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งวาดโดยนักศึกษาไปจัดแสดงที่สหประชาชาติหรือยูเอ็น ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 9 ภาพ และจะขอซื้อ 2 ภาพ เพื่อนำไปติดตั้งที่สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ทางวิทยาลัยรู้สึกยินดี และปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ผลงานของนักศึกษาได้รับความสนใจ พระบรมสาทิสลักษณ์ทั้งหมดมีผู้ติดต่อขอซื้อหมดแล้ว ในราคาภาพละ 12,000 บาท ซึ่งภาพที่จะขายให้กับยูเอ็นก็จะขายในราคาเดียวกัน และจะมอบเงินที่ได้ให้กับนักศึกษาเจ้าของภาพ เพื่อเป็นกำลังใจต่อไป

@ ลงทะเบียนแสตมป์5ล้านคน

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท เปิดเผยยอดการลงทะเบียนขอรับบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9

วันที่ 8 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่สองที่ ปณท เปิดให้ลงทะเบียนว่า มีผู้ลงทะเบียนในระบบแล้วกว่า 5.5 ล้านคน ประชาชนสามารถลงทะเบียนที่เว็บนี้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เว็บนี้จะเปิดให้ลงทะเบียนขอรับ

บัตรภาพจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ส่วนที่ให้ลงทะเบียนโดยต้องใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก กรอกรายละเอียดส่วนบุคคลและเบอร์โทรศัพท์ เพื่อจะจัดส่งบัตรภาพให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม

@ เปิดแลกธนบัตร2แบบ9พ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ธนาคารพาณิชย์จะเปิดให้ประชาชนแลกธนบัตรที่ระลึก 2 แบบที่ยังมีอยู่ ได้แก่ ธนบัตรเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ชนิดราคา 60 บาท จำนวน 9 แสนฉบับ และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย (ปี 2555) ชนิดราคา 100 บาท จำนวน 9 แสนฉบับ โดยแต่ละธนาคารจะเปิดให้แลกเพียงคนละ 1 ใบ โดยเลือกได้เพียงแบบเดียวเท่านั้น ตามที่ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) ขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อต้องการกระจายธนบัตรให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึงนั้น จากการตรวจสอบไปยังธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งที่ได้รับจัดสรร ได้แก่ ธนาคารออมสินได้รับจัดสรรรวมประมาณ 3 แสนฉบับ เปิดให้ประชาชนแลกที่สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน และ 117 สาขาทั่วประเทศ ยกเว้นสาขาหน้าพระลาน ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับจัดสรร 2.5 แสนฉบับ แลกซื้อได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ธนาคารกรุงไทย ได้รับจัดสรรกว่า 3 แสนฉบับ เปิดแลกสาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑล 56 สาขา และต่างจังหวัด 194 สาขา ธนาคารกรุงเทพ ได้รับจัดสรร 3.15 แสนฉบับ เปิดแลกทุกสาขาทั่วประเทศ ธนาคารทหารไทย 7.5 หมื่นฉบับ เปิดแลกที่ 353 สาขาทั่วประเทศ ส่วนธนาคารกสิกรไทย ได้รับจัดสรรกว่า 2 แสนฉบับ ให้แลกทุกสาขาทั่วประเทศ เป็นต้น

รายงานข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งว่า กระทรวงดีอีและสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) เปิดเว็บไซต์และเปิดหมายเลขโทรศัพท์ให้ประชาชนร่วมลงนามน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผ่านทางอีเมล์ 1212 @mict.go.th และโทรหมายเลข 1212 กด 9 เปิดให้ร่วมลงนามแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

@ กอร.รส.งดลอยกระทงรอบวัง

พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) ว่า ภาพรวมการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ทั้งนี้ กอร.รส.ได้ขอความร่วมมือประชาชนงดการจัดกิจกรรมลอยกระทง โดยรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อความเรียบร้อยและเป็นการแสดงความอาลัย

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ประเพณีการลอยกระทงในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ รัฐบาลไม่ได้ห้ามจัดงาน แต่ขอความร่วมมือให้จัดงานในรูปแบบการแสดงความอาลัย ไม่ใช่งานรื่นเริง ไม่มีการแสดง ไม่มีการประกวดนางนพมาศ ห้ามการจุดประทัด พลุ หรือโคมลอยยี่เป็ง เพราะจะทำให้เกิดอันตราย ขอความร่วมมือประชาชนงดจัดงานลอยกระทงบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง อาทิ ท่าช้าง ท่าเตียน และสะพานพระปิ่นเกล้า

@ นายกข้าวสารงดลอยกระทง

กรณีที่นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งด่วน เรื่อง การดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงวันลอยกระทงปี 2559 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตลอดจนปลัดกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน สามารถจัดกิจกรรมได้ตามปกติ เช่น งานมหรสพ งานแสดงดนตรี วัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยให้ผู้จัดพิจารณาตามความเหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยเน้นการใช้กลไกประชาชน เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างเหมาะสม

นายสง่า เรืองวัฒนกุล ที่ปรึกษานายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บัดดี้ กรุ๊ป จำกัด ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า เทศกาลวันลอยกระทง วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ยืนยันว่าจะงดจัดกิจกรรมแน่นอน ส่วนการจัดงานนับถอยหลังสู่ปี 2560 หรือเคาต์ดาวน์ ในค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคมนี้ จะมีหรือไม่ ผู้ประกอบการย่านถนนข้าวสารนัดประชุมกันในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากพื้นที่ถนนข้าวสารตั้งอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง หากจัดกิจกรรมบันเทิงแบบทุกปี และมีเสียงดัง อาจจะดูไม่เหมาะสม และอาจจะถูกมองไม่ดีจากประชาชนที่มาถวายบังคมพระบรมศพ เพราะประชาชนส่วนใหญ่อาจจะยังเศร้าโศกกับเหตุการณ์สำคัญของประเทศ ประกอบกับทางผู้ประกอบการเอง ต้องรอดูยอดการมาเที่ยวข้าวสารของนักท่องเที่ยวช่วงเดือนธันวาคมนี้ว่าจะเต็ม 100% หรือมากกว่า 90% หรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจอีกครั้ง

@ ชี้14พ.ย.กลับมาบริการปกติ

“เรื่องนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะถ้าจัดแบบเกินขอบเขตความเหมาะสมก็เป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่ถ้าไม่จัดเลย นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาปาร์ตี้ช่วงปีใหม่ก็อาจจะผิดหวังได้ ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวข้าวสารลดลงไปกว่า 30-40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอาจจะแวะมาพักเพียง 1 คืน แล้วเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว พม่าแทน จากแต่เดิมที่ต้องพักถนนข้าวสาร หรือพักย่านอื่นแต่มาเที่ยวอย่างน้อยประมาณ 1-2 คืน จึงต้องรอประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้อีกครั้ง ว่าสุดท้ายแล้วจะไปในทิศทางไหน อย่างไรก็ตาม วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ถนนข้าวสารน่าจะเริ่มกลับมาบริการได้เกือบ 100% โดยเฉพาะการอนุญาตให้มีการแสดงดนตรีสดทั้งร้านแบบปิด และร้านแบบนั่งดื่มทั่วไป แต่กิจกรรมต่างๆ ที่เคยจัดตามถนนข้าวสารจะยังไม่อนุญาตให้มี และคงไม่จัดงานลอยกระทง แต่หากนักท่องเที่ยวต้องการนำกระทงมาลอยแถวข้าวสารก็สามารถทำได้ แล้วแต่ความต้องการ และการรองรับของร้านนั้นๆ” นายสง่ากล่าว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ที่แจ้งว่าให้ทุกหน่วยงานสามารถจัดกิจกรรมได้ตามปกติ ททท. เห็นว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่ากิจกรรมทุกอย่างสามารถเดินหน้าได้ตามปกติ แต่ยังอยู่ในบรรยากาศการแสดงความอาลัย ดังนั้น กิจกรรมต่างๆ ของ ททท.ที่เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวจะยังคงเดินหน้าต่อ ทั้งลอยกระทง และการจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (เคาต์ดาวน์) เพราะจากนี้จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวที่คนไทยนิยมท่องเที่ยวแล้ว เพียงแต่ต้องดูความเหมาะสมของการจัดงานด้วย

@ จัดเคาต์ดาวน์จุดเทียนแทนพลุ

“การจัดงานเคาต์ดาวน์ ททท.ยังคงแผนเดิมคือใช้รูปแบบการจุดเทียนแทนการจุดพลุ ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสวดมนต์ต่างๆ ในบริเวณวัดขณะนี้ได้มอบหมายให้นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท.หารือกับกระทรวงวัฒนธรรมว่ารูปแบบในการจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์จะสามารถจัดในรูปแบบใดได้บ้าง โดยต้องยึดเรื่องความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นหลัก ทั้งนี้ วันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ททท.จะแถลงแผนการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) โดยจะเป็นแผนใช้ทำการตลาดเรื่อยยาวไปจนถึงช่วงต้นปี 2560 เบื้องต้นรูปแบบของแผนจะเน้นให้เรื่องราวการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นส่วนใหญ่ เพื่อเทิดพระเกียรติถึงความเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย” นายยุทธศักดิ์กล่าว

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ททท.เชื่อว่าหากมีแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ชัดเจน จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ เข้าใจว่ากิจกรรมต่างๆ ในด้านการท่องเที่ยวยังคงมีต่อไป เบื้องต้นเห็นว่าหนึ่งในแผนกระตุ้นที่ควรดำเนินการ คือการจัดกิจกรรมเทศกาลดนตรีแจ๊ซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในชนิดดนตรีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ทรงพระปรีชาสามารถและมีความชื่นชอบ โดย ททท.จะคัดเลือกพื้นที่ ตามที่พระองค์เคยเสด็จฯไปทรงงาน อาทิ พระราชวังบ้านปืน อ.เมือง จ.เพชรบุรี หรือ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นที่ตั้งของวังไกลกังวล พระตำหนักประทับชั่วคราว เป็นต้น

@ เชียงใหม่ย้ำงดนพมาศ-จุดพลุ

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ยังเป็นแนวปฏิบัติเดิมที่ให้มีการควบคุมสถานบันเทิง บริการ และต่างๆ เพียงแต่มีการแถลงมาตรการผ่อนคลาย หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายว่าหลังวันที่ 14 พฤศจิกายนเป็นต้นไปให้กลับสู่ภาวะ แต่ให้คำนึงถึงความเหมาะสม และความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เป็นการล้อแนวทางเดิมที่ออกมาเท่านั้น

“สำหรับงานลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ เราจะเน้นเรื่องวิถีเดิม ดังนั้น การจุดพลุเฉลิมฉลอง การประกวดนางนพมาศ หรือขบวนกระทงใหญ่ที่ต้องมีการแสดง เราก็คุยกับเทศบาลนครเชียงใหม่ และคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เราจะงดเว้นไว้ก่อนในปีนี้ แต่เน้นขบวนกระทงเหมือนเดิม การตามประทีปเปิดโอกาสให้ประชาชนดำเนินการได้เหมือนเดิม แต่เป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ งดเว้นการเฉลิมฉลองเพราะเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่เหมาะสมที่จะเฉลิมฉลอง”

@ นครปฐมห้ามจุดประทัด

นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าฯนครปฐม เปิดเผยว่า ได้กำชับนายอำเภอทั้ง 7 อำเภอห้ามออกใบอนุญาตจำหน่ายประทัดและดอกไม้เพลิงเด็ดขาดในช่วงนี้ และให้ฝ่ายปกครองรวมถึงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านช่วยสอดส่องดูแลการจำหน่ายประทัด ดอกไม้เพลิง ในพื้นที่ห้ามมีเด็ดขาด และออกคำสั่งจังหวัดถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้มงวดกวดขันเรื่องการจำหน่ายและจุดประทัด ดอกไม้เพลิงในช่วงวันลอยกระทง หากตรวจพบเห็นว่ามีการจำหน่ายให้จับกุมดำเนินคดีได้ทันที หรือพบเจอการจุดประทัดและดอกไม้เพลิงให้จับกุมดำเนินคดีทันที ไม่มีการตักเตือน พร้อมกับให้คำแนะนำไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและไวยาวัจกรวัดในพื้นที่ที่จะจัดประเพณีลอยกระทงให้จัดอย่างพอเหมาะ ให้จัดการจุดเทียนน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีควบคู่กับการจัดประเพณีลอยกระทง เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีให้สมกับเป็นพสกนิกรชาวจังหวัดนครปฐม ปฐมนครแห่งความจงรักภักดี

@ เผ่าม้ง5พันถวายอาลัย-เป่าแคน

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าฯเชียงใหม่ และนายเรืองฤทธิ์ เจริญเจ้าสกุล ประธานเครือข่ายม้งจังหวัดเชียงใหม่ แต่งชุดชนเผ่าเต็มยศนำพี่น้องชาวไทยภูเขาเผ่าม้งกว่า 5 พันคนประกอบพิธีแสดงความอาลัยตามพิธีกรรมและความเชื่อของชนเผ่าม้ง มีการแปรขบวนเป็นรูปหัวใจมีเลข ๙ อยู่ภายใน ก่อนที่ผู้นำชนเผ่าจำนวน 70 คนจะร่วมกันเป่าแคนม้งแสดงความอาลัย กล่าวถวายคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ย้ำว่าชาวม้งทุกคนจะเป็นคนดี ไม่ทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ พร้อมกับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงภาษาชนเผ่าที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อถวายพ่อหลวงของแผ่นดิน มีเนื้อหาว่า ประชาชนชาวม้งเสียใจอย่างที่สุด จึงรวมตัวกันถือธูปและกระดาษไว้อาลัยแด่พ่อหลวง และขอให้พระองค์ท่านไปสู่สวรรคาลัย

ที่ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันร้องเพลงใต้ร่มพระบารมีและสรรเสริญพระบารมี โดยชาวกาฬสินธุ์และชาวบ้านโพนส่วนใหญ่เป็นชาวผู้ไทย พร้อมใจกันแต่งชุดผู้ไทยที่มีความสวยงาม มีประชาชนมาร่วมกันร้องเพลงกว่าสามพันคน

@ 300นักดนตรีไทยซ้อมใหญ่

ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา พระใบฎีกา นพรัตน ขันติจารี เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบางไทร จ.ส.อ.สมบัติ บุตรกร เจ้าหน้าที่ทหารจากกองดุริยางค์ สำนักสวัสดิการทหารกองทัพไทย นำนักดนตรีไทยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยากว่า 300 คนซักซ้อมการบรรเลงเพลงประโคมย่ำยาม เพลงนางหงส์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้

ที่บริเวณศาลหลักเมืองสิงห์บุรี นายเชนทร์ คนชาน อายุ 30 ปี ชาวอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี สมาชิกสภาเทศบาลทับยา อำเภออินทร์บุรี พร้อมนายวิชชุกรณ์ อ่อนธุรี อายุ 25 ปี ชาวอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี มารวมตัวกันที่ศาลหลักเมืองเพื่อจะเดินเท้าไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อไปกราบสักการะพระบรมศพ โดยคาดว่าจะเดินทางถึงใน 3 วัน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี

@ คนพิการภูเก็ตถึงแม่กลอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมปอง จุ้ยพลับ อายุ 48 ปี ผู้พิการแขนและขาด้านซ้ายที่เดินทางจาก จ.ภูเก็ต ด้วยรถนั่งที่ทำขึ้นเองแบบพิเศษด้วยล้อรถจักรยาน 2 ล้อ พาดกลางด้วยเหล็ก ขับเคลื่อนและบังคับทิศทางด้วยเท้าขวา มุ่งหน้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อเข้าสักการะพระบรมศพ โดยมีลูกชาย 3 คนและภรรยาคอยติดตามให้กำลังใจ ล่าสุดกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อบ้านแหลมที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร คณะเดินทางบนถนนพระราม 2 โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงครามคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

ที่วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี ใช้ศาลา 12 ไร่จัดทำนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ โดยรวบรวมภาพพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเมื่อครั้งเสด็จฯยังวัดจันทารามหรือวัดท่าซุง และทรงอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา ปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ มากมาย ซึ่งในช่วงที่เสด็จฯมายังวัดจันทารามนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ร่วมเสด็จฯด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักวิชาการชี้รัฐขาดการวางแผนแก้ปัญหาข้าว-แนะปรับโครงสร้างเพื่อยกระดับแข่งขันในตลาดโลก
บทความถัดไปบอร์ดสปสช.กุมขมับ!! สรรหาเลขาธิการแทน ‘หมอวินัย’ ยืดไม่จบ ติดปัญหาผู้สมัครขาดคุณสมบัติซ้ำซาก