หน้าแรก ในประเทศ สนามหลวงฝนตกแ...

สนามหลวงฝนตกแดดออก-ปชช.ไม่ท้อ นานแค่ไหนก็จะรอเข้าถวายบังคมพระบรมศพ

9.11.16 | 19:00 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน บรรยากาศช่วงเย็นที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเฝ้ารอถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยแม้จะมีฝนตกลงมาอย่างหนักสลับกับแดดออกหลายครั้งแต่ประชาชนก็ยังเฝ้ารอเข้าถวายสักการะด้วยความมุ่งมั่น บริเวณจุดรอเข้าถวายบังคมพระบรมศพยังมีประชาชนต่อเเถวรอเป็นจำนวนมาก บางส่วนเริ่มกังวลว่าวันนี้อาจจะพลาดโอกาสเข้าไปถวายสักการะในพระบรมหาราชวัง

นายชัยสิทธ์ สนิทมัตโร อายุ 42 ปี ชาวสวนเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผสมผสานตามเเนวพระราชดำริ เดินทางมาจากจังหวัดสตูลพร้อมกับ นายจำเริญ จันทศรีราช ด้วยการปั่นจักรยานที่มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชประดับบริเวณหน้ารถ
นายชัยสิทธ์ กล่าวว่า ปั่นจักรยานออกจากจังหวัดสตูลพร้อมกับเพื่อนอีกคน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน ใช้เวลา 5 วันจึงเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 8 พฤศจิกายนประมาณ 19.30น. เลยหาที่พักก่อนจะออกจากที่พักตอนตี 5 เพื่อมามาถึงประมาณ 7.00 น. เพื่อถวายบังคมพระบรมศพให้ได้ การเข้าไปกราบถวายบังคมถือว่าที่ปั่นมาหลายร้อยกิโลเมตรครั้งนี้ประสบความสำเร็จเเล้ว
“แต่ขณะนี้เวลา 17.00น. แล้วยังตั้งแถวอยู่ในสนามหลวง แล้วแถวก็ยาวมากกังวลเหมือนกันว่าอาจจะไม่ได้เข้าไปถวายบังคมพระบรมศพ ถามเจ้าหน้าที่บอกว่าอาจจะตัดเเถวไม่ได้เขา ผมพูดกันกับเพื่อนว่า ถ้าไม่ได้เข้าก็จะจอดรถลงกราบหน้าพระบรมหาราชวัง เพราะจะมาใหม่คงไม่ไหว ตอนนี้ยืนเเทบไม่อยู่เเล้ว เนื่องจากผมกับเพื่อนปกติไม่ใช่คนออกกำลังกายเป็นประจำ กับจักรยานแทบไม่เคยปั่นเลยด้วยซ้ำ รถ 2 คันที่ใช้ปั่นมาครั้งนี้เพื่อนผมที่มาด้วยกันไปยืมเขามาอีกที บอกเขาว่าจะปั่นมาเคารพพ่อหลวง ทางที่ปั่นมาก็เจอทั้งแดดทั้งฝนเเต่ก็ใจสู้ อยากจะมากราบท่านด้วยความตั้งใจสักครั้ง ที่ปั่นมาตลอดทางได้เพราะมีความรักเป็นเเรงผลักดัน พระองค์ท่านรักลูกรักคนไทยทุกคน คนไทยก็รักพระองค์ท่านเหมือนพ่อ” นายชัยสิทธ์ กล่าว

ขณะที่บริเวณประตูเทวาภิรมณ์ ซึ่งเป็นประตูทางออกพระบรมมหาราชวังหลังเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ มีประชาชนทยอยเดินออกมาด้วยใบหน้าโศกเศร้า บางส่วนออกมาพร้อมน้ำตา

นางเสาวลักษณ์ พรหมสุภา ชาว กทม. กล่าวว่า ถ้าให้พูดถึงพระองค์ท่านไม่รู้ว่าจะพูดออกมาด้วยคำไหน พระองค์เป็นที่สุดของชีวิต เมื่อไม่มีพระองค์ท่านขณะนี้ก็รู้สึกเหมือนใจสลายแต่เราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป โดยนำคำสอนของท่านมาใช้เป็นเเนวทางการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องความพอเพียง สิ่งไหนยังไม่สมควรซื้อก็จะยังไม่ซื้อ และเรื่องการแบ่งปัน

Advertisement

“พอทราบข่าวการสวรรคตของพระองค์ท่านรู้สึกเหมือนโลกมืดไปหมด เพราะตั้งแต่จำความได้ ตั้งแต่เริ่มเรียนหนังสือก็รู้จักพระองค์ท่าน ได้เรียนรู้เรื่องราวการทำงานเเละคำสอนของพระองค์ท่าน แต่ที่ผ่านมายังไม่เคย เฝ้ารอรับเสด็จฯพระองค์ท่านสักครั้งเป็นเรื่องที่เสียใจอยู่ในขณะนี้ แต่วันที่ท่านทรงสวรรคตก็ได้เดินทางมาส่งเสด็จ แล้วก็มาที่สนามหลวง 5-6 ครั้งเเล้วทั้งลงนามถวายความอาลัยเเละถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ” นางเสาวลักษณ์ กล่าว

เสาวลักษณ์ พรหมสุภา

ขณะ ที่หญิงสาวรายหนึ่งกล่าวพร้อมน้ำตาว่า การมาถวายบังคมพระบรมศพในครั้งนี้ เป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่จะทำเพื่อในหลวง หลังทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจมากครั้งนี้เดินทางออกจากบ้านที่แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่ประมาณตี 2 พร้อมกับเพื่อนมาถึงสนามหลวงตอน6.00น. พึ่งได้เข้าถวายสักการะเมื่อ 17.30 น. นี้เอง

“แต่คิดว่าวันนี้เกินคุ้ม ได้กราบเคารพพระองค์ท่าน ได้เห็นประชาชนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมารวมตัวกันจำนวนมาก ถึงวันนี้จะมีทั้งแดดทั้งฝนก็พร้อมสู้เต็มที่ ถึงคิวจะยาว แต่เราก็อยากทำเพื่อพ่อทดแทนสิ่งที่ท่านทำเพื่อเรามาทั้งชีวิตวันนี้ ที่เราเหนื่อยยังไม่เท่าที่ท่านเหนื่อยเพื่อคนไทย”