“บิ๊กโจ๊ก”แถลงปิดล้อม 400 จุดกวาดล้างอาวุธปืน-ยาเสพติดภาค 8

31.08.22 | 18:43 น.

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงผลงานตำรวจ บช.ภ.8 ปิดล้อมตรวจค้นเพื่อลดเหตุอาชญากรรม ผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน ยาเสพติด วัตถุระเบิด ค้าประเวณี โจรกรรมรถ เข้าตรวจค้นเป้าหมายทั้งห้องเช่า เกสต์เฮาส์ บ้านพัก รีสอร์ต แหล่งมั่วสุมอาชญากรรมทุกรูปแบบ ระหว่างวันที่ 22-26 ส.ค. รวมกว่า 400 เป้าหมายในพื้นที่ 7 จังหวัด ผลการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในห้วงเวลาดังกล่าว สามารถตรวจเก็บ DNA บุคคลตามจุดที่เข้าค้น 382 ราย จับกุมอาวุธปืน 85 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 859 นัด ผู้ต้องหาเกี่ยวกับยาเสพติด 270 ราย ยึดยาบ้า 69,182 เม็ด และไอซ์ 1,083.29 กรัม จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า 54 ราย โดยจังหวัดที่มีการจับกุมอาวุธปืนมากที่สุดคือ ภ.จว.สุราษฎร์ธานี 22 กระบอก ตามมาด้วย ภ.จว.กระบี่และพังงา หน่วยละ 14 กระบอก


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมากว่า 8 เดือนแล้วนั้น ในพื้นที่ ภ.8 มีเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่คนร้ายมีการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นเหตุที่ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาค 8 เกิดความกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน และมีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลดลง จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องมีแผนในการป้องกันอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ดำเนินการเพิ่มมาตรการในการลดปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาค 8 เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากยิ่งขึ้น มีความมั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างปกติสุข

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ ภ.8 เป็นนโยบายที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการป้องกันอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ให้มีความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยตั้งแต่ต้นปี 2565 ที่ผ่านมามีการระดมปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ ภ.8 อย่างจริงจังมาโดยตลอด รวมเป้าหมายตรวจค้นมากกว่า 2,000 จุด จับกุมอาวุธปืนรวมมากกว่า 300 กระบอก จับผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับอยู่ในพื้นที่ได้อีกกว่า 200 ราย ซึ่งผลจากการปิดล้อมตรวจค้นเหล่านี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สามารถลดอาชญากรรมในภาพรวมลงไปได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งนโยบายนี้ก็จะยังคงปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานต่อไป เพื่อลดโอกาสในการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งถือเป็นวิธีการในการป้องกันอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม