วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10.00 น. บริเวณหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210(มทบ.210) ค่ายพระยอดเมืองขวาง ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม โดย พล.ต.ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผบ.มทบ.210 รับเป็นคนกลางประสานระหว่างโรงสีข้าวในจังหวัด ประกอบด้วยโรงสีเทียมศักดิ์พาณิชย์ โรงสีธัญญไรซ์ และชาวนาผู้ปลูกข้าว ตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรตัวจริง โดยมี นายนิรันดร์ แต้มประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต2-3 สกลนคร และ นายธรรมฤทธิ์ พุทธสุริยวงศ์ นายตรวจชั่งตวงวัด นำอุปกรณ์ชุดใหญ่มาเตรียมตรวจสอบความชื้น พร้อมด้วย นายเทียมศักดิ์ เวียงศรีประเสริฐ นายสง่า แสนทวีสุข เจ้าของโรงสี นายสมยง ตระกูลจึง พาณิชย์จังหวัด นายกิตตินันท์ สุวรรณมงคล การค้าภายในจังหวัด และ คุณพันธ์นา ไขประภาย พนักงานบริหารเงินทุน สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เตรียมเงินสดจำนวนหนึ่งรอจ่ายค่าซื้อข้าวเปลือก มีชาวนาจำนวนมากขนข้าวเปลือกเข้าคิวขายอย่างเนืองแน่น
ในส่วนขั้นตอนการซื้อขายข้าวจากเกษตรกรมีระเบียบดังนี้ 1.ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานเกษตรจังหวัด ปี 2559/60 2.แสดงบัตรเกษตรกร หรือบัตรประจำตัวประชาชนเป็นหลักฐาน 3.เจ้าหน้าที่ตรวจวัดความชื้นและวัดต้นข้าว 4.ความชื้นต่ำกว่า 15 % รับซื้อในราคาขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท/ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าราคาในท้องตลาด แต่หากน้ำหนักข้าวมากถึง 45 ต่อกรัม จะรับซื้อในราคา 11,350 บาท/ตัน และ 5.ขั้นตอนสุดท้ายชาวนาถือเอกสารไปรับเงินสดกับเจ้าหน้าที่ได้ทันที

นายดำรงค์ พรมดี ชาวบ้าน หมู่ 4 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ที่ได้รับบัตรคิวคนแรกเปิดเผยว่า ทำนาปีนี้เกือน 200 ไร่ ได้ผลผลิตมากพอสมควร มีพ่อค้าคนกลางมาติดต่อขอซื้อหน้ายุ้งฉางในราคาตันละ 7 พันบาท ตั้งใจจะขายให้แล้ว พอดีมีสายตามสายจากผู้นำชุมชนว่า มทบ.210 เปิดรับซื้อข้าวเปลือกในราคายุติธรรม โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ในราคาขั้นต่ำตันละ 1 หมื่นบาท ตั้งโต๊ะรับซื้อตั้งแต่วันที่ 9-15 พ.ย. ตนจึงบรรทุกข้าวเปลือกหอมมะลิมาหลายคันรถ และอยากให้ทาง มทบ.210 เปิดรับซื้อจนกว่าจะหมดฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง
พล.ต.ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผบ.มทบ.210 กล่าวว่ารับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาในจังหวัดมาโดยตลอด จึงเชิญเจ้าของโรงสีมาปรึกษาหาทางช่วยเหลือ ก็ได้รับเสียงสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน จึงกำหนดวันเปิดรับซื้ออย่างเป็นทางการ หากผ่านพ้นวันที่กำหนดแล้ว ยังเหลือข้าวค้างยุ้งฉางเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวไม่ทันแล้วเสร็จ จะพิจารณาหาทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป.

