เริ่มแล้ว! ร้านยา รพ. ซื้อยาต้านโควิดขายเอง คาดไฟเซอร์เด็กเล็กฉีดจริง ต.ค.นี้

1.09.22 | 14:24 น.

เริ่มแล้ว! ร้านยา รพ. ซื้อยาต้านโควิดขายเอง คาดไฟเซอร์เด็กเล็กฉีดจริง ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เป็นวันแรกที่เปิดให้ผู้ได้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าสามารถกระจายยาต้านไวรัสโควิด-19 ลงไปยังสถานพยาบาลของรัฐ เอกชน คลินิกเวชกรรม และร้านขายยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องโดยมีเภสัชกรประจำร้าน หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2565 และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ยาต้านไวรัสโควิด-19 ยังถือเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่จะต้องมีระบบติดตามการกระจายยาเหมือนยาควบคุมพิเศษอื่นๆ เช่น ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น


“สิ่งที่เน้นย้ำคือ ร้านขายยาจะขายยาต้านไวรัสโควิด-19 ให้ผู้ที่มาซื้อได้ ผ่านใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น ขณะนี้ ได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่า ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้ายา กระจายยาไปยังโรงพยาบาล (รพ.) ของรัฐและเอกชน แล้ว เช่น องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ส่วนร้านขายยายังเป็นช่วงเริ่มต้นอยู่ ขณะเดียวกัน เรื่องการขายให้ร้านยาก็จะเป็นสิทธิของผู้ได้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าที่จะไปทำตลาดได้” นพ.ไพศาลกล่าว

นพ.ไพศาลกล่าวอีกว่า ยืนยันการดำเนินการของ อย.ในการอนุญาตให้นำเข้ายาและกระจายลงไปถึงร้านขายยานั้น เป็นไปตามขั้นตอน ไม่ได้ปิดกั้นการเข้าถึงยาของผู้บริโภคแต่อย่างใด

“ทั้งนี้ การใช้ยาต้านไวรัสมีความเฉพาะสูง การจะจ่ายยาจึงต้องอาศัยดุลยพินิจของแพทย์ตามการวินิจฉัยโรค ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนต้องได้รับยาต้านไวรัส ซึ่งเป็นไปตามหลักการใช้ยาอย่างสมเหตุผล อย่างไรแล้วการเข้าถึงยาในตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหา ปัจจุบันรัฐบาลก็จ่ายยาให้ทุกคนอยู่แล้วโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็ขอให้ประชาชนเข้ารับบริการตามสิทธิสุขภาพของตนเอง” นพ.ไพศาลกล่าวย้ำ

วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับกลุ่มเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปีว่า กรมควบคุมโรคได้หารือกับบริษัท ไฟเซอร์ ในการปรับเปลี่ยนสัญญาการจัดซื้อวัคซีน จำนวน 3 ล้านโดส ในกรอบสัญญาจัดซื้อเดิม เพื่อนำมาฉีดให้กับเด็กอายุ 6 เดือน จนถึง 5 ปี ตามที่ทางอัยการสูงสุดได้มีข้อแนะนำมา ซึ่งทางกรมควบคุมโรคก็จะต้องนำสัญญามาปรับแก้ในรายละเอียดสัญญา

Advertisement

“เมื่อปรับแก้แล้วเสร็จก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ได้มีการหารือร่วมกับบริษัทผู้ผลิตเบื้องต้นแล้ว บริษัท ไฟเซอร์ฯ มีความพร้อมในการผลิตและส่งวัคซีนมาให้กับประเทศไทย” นพ.โอภาสกล่าว และว่า สำหรับจำนวนประชากรเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี ในประเทศมีประมาณ 3 ล้านคน ก่อนหน้านี้ ทางกรมควบคุมโรคได้สำรวจความประสงค์ของผู้ปกครองเด็กในกลุ่มนี้ พบว่ามีประมาณร้อยละ 30-40 หรือ 1 ล้านคน ที่สนใจให้เด็กรับวัคซีน ฉะนั้น การจัดซื้อวัคซีนเบื้องต้น 3 ล้านโดส จึงมีความเพียงพอ

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ทั้งนี้ การใช้วัคซีนไฟเซอร์ในเด็กเล็ก แม้จะเป็นตัวยาเดียวกันกับวัคซีนเด็กโต หรือผู้ใหญ่ แต่ใช้ปริมาณลดลง 1 ใน 10 เท่านั้น ฉะนั้นอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีนก็จะลดน้อยกว่ามาก

“สำหรับเด็กเล็กมาก ก็จะมีการเปิดให้ฉีดในโรงพยาบาล (รพ.) โดยให้ผู้ปกครองติดต่อขอรับวัคซีน และที่เล็งไว้อีกรูปแบบคือ การฉีดในศูนย์เด็กเล็ก ในกลุ่มเด็ก 3-4 ขวบ ซึ่งเราไม่เคยฉีดในลักษณะนี้มาก่อน ดังนั้น จึงต้องประสานไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อดำเนินการ เและเนื่องจากเป็นฐานข้อมูลใหม่ เราจึงต้องเคลียร์กันอีกทีหนึ่ง อย่างไรแล้วทาง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ก็จะเข้าไปดูแลในกระบวนการฉีดด้วย เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ คาดว่าจะมีความพร้อมฉีดวัคซีนเด็กเล็กในเดือนตุลาคม 2565” นพ.โอภาสกล่าว