เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยก่อนการประชุมนพ.ปิยะสกล นำผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สปสช. ร่วมพิธีไว้อาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ณ โถงกลาง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
ทั้งนี้ ภายในบริเวณดังกล่าว สปสช.ได้อัญเชิญหลอดยาสีพระทนต์ที่ได้พระราชทานให้ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ปัจจุบันตั้งแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์วาจวิทยาวัฑฒน์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นสัญญลักษณ์แห่งความประหยัด ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม 2502 “การใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเอง และครอบครัวช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ที่ประหยัดเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย” โดยอัญเชิญไว้ที่โถงกลาง สปสช. เป็นการชั่วคราว
นพ.ปิยะสกล กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ด สปสช.ว่า บอร์ดฯได้เห็นชอบและอนุมัติหลักการยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2560-2564) ตามที่คณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์นำเสนอ โดยมอบให้คณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ดำเนินการปรับแก้ไข พร้อมเชิญผู้แทนคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขและผู้ให้บริการมาร่วมให้ความเห็น อย่างไรก็ตามจากการประชุมในวันนี้ ยังมีบอร์ด สปสช.ขอให้ความเห็นเพิ่มเติม ดังนั้นก่อน สปสช.จะประกาศยุทธศาสตร์ฯ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติและใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะมีการปรับปรุงเล็กน้อยตามข้อเสนอแนะที่ได้รับครั้งนี้

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการ สปสช. กล่าวเพิ่มเติมในส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ว่า มีจุดเน้นเพื่อมุ่งให้ “ทุกคนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย ได้รับความคุ้มครองหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้วยความมั่นใจ” โดยในการขับเคลื่อน เพื่อให้ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินี้บรรลุเป้าหมาย ได้กำหนด 10 ตัวชี้วัดที่เป็นความท้าทายการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 5 ปีจากนี้
“ดัชนีชี้วัด อาทิ ร้อยละประสิทธิผลของความครอบคลุมหลักประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ภายในปี 2564, ร้อยละของครัวเรือนที่เกิดวิกฤติทางการเงินจากการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ไม่เกินร้อยละ 2.3 ในปี 2564, ระดับความสำเร็จของความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบร่วมกันของบอร์ด สปสช.และบอร์ดควบคุมคุณภาพและมาตรฐานฯ เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามภายในเวลา 5 ปี, ร้อยละความสำเร็จของการเป็นองค์กรประสิทธิภาพสูงไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2564 และร้อยละการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ตามมาตรฐานการประเมินของรัฐ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ภายในปี 2564 เป็นต้น”รักษาการเลขาฯ กล่าว

