‘ทวิดา’ วางกลไกชัด โอนบริการสาธารณะให้ อปท. เตรียมคุยปมเบิกค่ารักษา – สงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง

2.09.22 | 18:04 น.

‘ทวิดา’ วางกลไกชัด โอนบริการสาธารณะให้ อปท. เตรียมคุย สธ.ปมเบิกค่ารักษา รวมข้อมูล ‘แรงงานข้ามชาติ’ สงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมหารือแนวทางและนโยบายการดำเนินงาน ของ คณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนการถ่ายโอนบริการสาธารณะให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีลักษณะพิเศษ (อสมมาตร) โดยการประชุมวันนี้ เป็นการรือร่วมกับ รศ.ธนพร ศรียากูล ประธานอนุกรรมการการขับเคลื่อนการถ่ายโอนบริการสาธารณะให้แก่ อปท. ที่มีลักษณะพิเศษ (อสมมาตร) โดยมีตัวแทนจาก สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล สำนักพัฒนาสังคม สำนักการแพทย์ สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานปกครองและทะเบียน กทม. ร่วมประชุม

โดยที่ประชุมวันนี้ ได้หารือกลไกการทำงานของ กทม. ภายใต้การถ่ายโอนบริการสาธารณะ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การขึ้นทะเบียนในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ, การสาธารณสุข, การสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง, การถ่ายโอนภารกิจด้านการจัดการจราจร และการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม

“ในส่วนของกลไกการทำงาน ภายใต้กฎหมายกระจายอำนาจ หากมีความชัดเจนและสามารถเกิดขึ้นได้จริง กรุงเทพมหานครก็พร้อมที่จะดำเนินการ ซึ่งกลไกทั้งหมดจะทำเกิดความโปร่งใสในการทำงาน และการหารือจะทำให้มีแนวทางในการทำงานด้วย ซึ่งคงต้องมีการตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกัน หรือมีทีมงานเพื่อให้เกิดภาพการทำงานที่ชัดเจน” ผศ.ดร.ทวิดากล่าว

สำหรับ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “การขึ้นทะเบียนในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ” จากการหารือพบว่า เมื่อทำการขึ้นทะเบียน ข้อมูลแต่ละส่วนจะไม่ได้รวบรวมในจุดเดียวกัน ดังนั้น ในอนาคตจะดำเนินการรวบรวมเพื่อให้มีศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล และกรุงเทพมหานครจะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ได้

Advertisement

ในส่วนของประเด็นหารือด้าน “การสาธารณสุข และการสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง” จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คาดว่า กลุ่มประชาชนที่มีบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 0 หรือผู้ที่ไม่มีบัตรประชาชน ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์สิทธิได้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีประมาณ 12,000 คน โดยมีโรงพยาบาลในพื้นที่ กทม.ที่ให้การดูแลรักษาพยาบาลประชาชนในกลุ่มนี้ 3 แห่ง คือ รพ.เลิดสิน รพ.นพรัตนราชธานี และ รพ.ราชวิถี โดยทาง สธ. ขอให้กรุงเทพมหานครร่วมเป็นเครือข่ายเพื่อดูแลผู้ไม่มีบัตรประชาชน หรือไม่ทราบสิทธิการรักษานี้เพิ่มเติม ซึ่ง รพ.สังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 12 แห่ง รวมถึงวชิรพยาบาล มีศักยภาพเพียงพอและพร้อมที่จะเข้าร่วมดูแลรักษา ทั้งนี้ จะมีการหารือกระบวนการเบิกจ่ายค่ารักษาจาก สธ.อีกครั้ง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ราคาค่ารักษาต่อคน และให้ สธ.จัดสรรงบประมาณสำหรับกรุงเทพมหานคร ให้ภาพรวมการบริหารจัดการสาธารณสุขในสถานพยาบาลของกทม.เป็นไปอย่างเรียบร้อย

ผศ.ดร.ทวิดากล่าวเพิ่มเติมว่า กทม.ไม่มีอำนาจถึงที่สุด ภายใต้ พ.ร.บ.บางอย่าง เร็วๆ นี้จะเชิญกรมการแพทย์แผนไทย มาร่วมหารือ เกี่ยวกับการใช้และจำหน่ายกัญชาและกระท่อม โดยออกเป็นขั้นตอนปฏิบัติในส่วนที่ กทม.ไม่สามารถออกเองได้ เพื่อให้ขั้นตอนการทำงานมีความชัดเจนมากที่สุด

ส่วน การถ่ายโอนภารกิจด้านการจัดการจราจร ทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งในส่วนของลำคลองที่ประชาชนใช้สัญจรเป็นหลัก เช่น คลองแสนแสบ กรุงเทพมหานครก็ไม่สามารถบริหารจัดการการเดินเรือได้ครบวงจร

ด้าน การดูแลด้านสิ่งแวดล้อม พบว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการติดตามกระบวนการ EIA ซึ่งไม่ชัดเจน ทั้งนี้ กระบวนการ EIA ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบังคับสถานประกอบการและอาคารให้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจากการหารือเห็นร่วมกันว่า ควรมีการออกแบบระบบ หรือจัดทำเป็นคู่มือให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง ต้องมีการติดตามและกำกับการทำงานเพื่อให้เกิดผลต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือการสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมของชุมชน ตามแนวทางของบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียวและเป็นปอดแห่งหนึ่งของชาวกรุงเทพฯ เนื่องจากมีพื้นที่ติดกัน โดยจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อนำร่องกิจกรรมร่วมกันตาม แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ให้มีประชาชนร่วมดำเนินการ และมีการจัดสรรงบประมาณตามระเบียบที่สามารถใช้ได้ ซึ่งหากโครงการนี้สามารถเดินหน้าได้ จะมีการขยายผลไปยังชุมชนที่เป็นพื้นที่รอยต่อกับจังหวัดใกล้เคียงอื่นต่อไป