หน้าแรก ในประเทศ เมืองคอนหารือ...

เมืองคอนหารือแก้น้ำท่วมในเมือง เสนอแบ่งโซนระบายลงคลอง-ขุดแก้มลิงทุ่งท่าลาดเป็นที่รองรับ

9.11.16 | 17:59 น.

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานเทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยมี นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ผู้แทนจากอำเภอพระพรหม เทศบาลนครนครศรีธรรมราช โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครศรีธรรมราช สำนักงานชลประทาน ที่ 15 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ผู้แทนจาก อบจ. ผู้แทนเครือข่ายฝายมีชีวิต และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมประชุม หารือในการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช


รายงานระบุ ที่ประชุมได้รายงานถึงสาเหตุเบื้องต้น มาจากสภาพเมืองในปัจจุบันที่มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนเพิ่มขึ้น และกีดขวางทางน้ำ ทั้งนี้หากช่วงใดที่มีปริมาณฝนตกมากกว่า 125 มิลลิเมตร ก็จะทำให้น้ำจาก คลองท่าดี และคลองหยวด ไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝนนี้ ทาง สำนักงานชลประทาน ที่ 15 ได้เตรียมความพร้อมแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยได้แบ่งโซนในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 15 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 16 เครื่อง ด้วยการสูบน้ำจากท่อระบายน้ำลงสู่คลองธรรมชาติ เพื่อระบายน้ำออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช นอกจากนี้สำนักงานชลประทาน ที่ 15 ได้มีการก่อสร้างประตูระบายน้ำไว้ 3 ประตู คือ ประตูระบายน้ำคลองนครน้อย ประตูระบายน้ำคลองป่าเหล้า และประตูระบายน้ำคลองคูพาย ในการระบายน้ำ และเป็นฝายเก็บกักน้ำไว้ใช้
ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในระยะกลาง ชลประทานได้รับการร้องขอจากเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ให้ดำเนินการขุดแก้มลิงเป็นพื้นที่รับน้ำที่บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ทุ่งท่าลาด เพื่อเป็นพื้นที่รองรับน้ำ และยังกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้อีกด้วย

201611091446032-20041020143405
นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหา เพื่อรับกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝนนี้ ได้มติให้มีการปรับลดระดับฝายมีชีวิต 6 จุดในเขตเทศบาล ให้ต่ำลงประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำสามารถระบายออกจากตัวเมืองได้สะดวกขึ้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งคลองในเขตเทศบาลช่วยกันรักษาความสะอาด ด้วยการไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง เพื่อสร้างความสะอาด และป้องกันการการกีดขวางทางน้ำ อย่างไรก็ตามคณะอนุกรรมการฯจะต้องติดตามผลและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อไป