ชัชชาติ ย้ำ ‘ไม่เทรวม’ นำร่อง 3 เขต แยกรถเก็บขยะเปียก-แห้ง ครอบคลุม 1,000 หลังคาเรือน
เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) เปิดเผยถึงนโยบาย “ไม่เทรวม” ว่า เป็นเรื่องที่ควรทำมานานแล้ว เพราะปัญหาของกรุงเทพฯ คือทิ้งขยะเปียก ขยะอินทรีย์ ขยะเศษอาหาร ไปรวมกับขยะอื่น ทำให้ขยะอื่นเน่าเสียตามไปด้วย ซึ่งถ้าแยกทิ้งได้ ก็สามารถนำขยะทั่วไปไปใช้ซ้ำ หรือนำไปรีไซเคิลได้สะดวกขึ้น
แต่ประชาชนหลายคนบอกว่าพอแยกขยะไป กทม.ก็นำไปทิ้งรวมกัน ดังนั้นจึงต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยตั้งแต่ต้นน้ำ คือครัวเรือนมีการแยกทิ้ง กลางน้ำคือ กทม.จะมีการแยกรถจัดเก็บขยะ และปลายน้ำ คือต้องนำขยะไปใช้ประโยชน์ได้ต่อ

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เป็นโครงการนำร่องใน 3 เขต ได้แก่ หนองแขม ปทุมวัน และพญาไท แต่ก็ยังไม่ครบทั้งเขต โดยจะเริ่มเก็บจากแนวเส้นทางที่กำหนดไว้ ครอบคลุม 1,000 หลังคาเรือน ซึ่งประชาชนสามารถแยกขยะเศษอาหารออกจากขยะชนิดอื่นๆ ได้ เมื่อลองเรียนรู้จากตรงนี้จะสามารถขยายทำทั้งเขตได้ โดยในวันอาทิตย์ที่ 4 กันยายนนี้ จะเป็นวันเริ่มต้นของโครงการนี้

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า จะนำรถเปิดข้างที่เคยขนอุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยขนขยะเปียก และจะมีถังเก็บขยะเปียกติดอยู่กับรถเก็บขยะทั่วไป ซึ่งปริมาณขยะเปียกอาจจะอยู่ที่ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ จากขยะทั้งหมด ซึ่งต้องมีการทดลองก่อนว่าจะมีการจัดเก็บในรูปแบบใด ส่วนขยะเปียกที่จัดเก็บจะนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ซึ่งมีสถานที่ทำปุ๋ยเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วด้วย
“ก็ต้องร่วมมือกัน ค่อยเป็นค่อยไป อาจจะเริ่มจากสเกลเล็กก่อนแล้วเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วนำมาปรับปรุงขยายผล เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น อาจจะเปลี่ยนรูปแบบของการเก็บขยะของกรุงเทพฯ หรือของประเทศไทยไปเลยก็ได้ ก็ต้องลองดูความร่วมมือต่างๆ” นายชัชชาติกล่าว



